ร้านกาแฟที่มีระบบสมาชิก ร้านออนไลน์ที่จดชื่อและที่อยู่ลูกค้าเพื่อส่งของ คลินิกที่เก็บประวัติผู้รับบริการ หรือร้านที่ติดกล้องวงจรปิด ล้วนกำลังเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และมีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA ซึ่งใช้บังคับเต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 บทความนี้สรุปสิ่งที่กิจการขนาดเล็กต้องทำกับข้อมูลของลูกค้า
ร้านเล็กต้องทำตาม PDPA ด้วยหรือ
ต้องทำ กฎหมายใช้กับผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล คือบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่ากิจการจะเล็กหรือใหญ่ ส่วนข้อมูลส่วนบุคคลคือข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม (มาตรา 6) เช่น ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ อีเมล หรือภาพจากกล้องที่เห็นหน้าชัด
หลักพื้นฐานมี 3 ข้อ
- เก็บได้เท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย (มาตรา 22)
- ใช้และเปิดเผยได้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ จะใช้เพื่อเรื่องใหม่ต้องแจ้งและได้รับความยินยอมก่อน เว้นแต่กฎหมายให้ทำได้ (มาตรา 21)
- ต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับ คือความยินยอม หรือข้อยกเว้นตามมาตรา 24
ไม่ต้องขอความยินยอมทุกเรื่อง

หลายคนเข้าใจว่า PDPA บังคับให้ขอความยินยอมทุกครั้ง ความจริงมาตรา 24 ให้เก็บข้อมูลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมในหลายกรณี ที่กิจการทั่วไปใช้บ่อยคือ
- จำเป็นเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่เจ้าของข้อมูลเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของเขาก่อนทำสัญญา เช่น ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์เพื่อจัดส่งสินค้าที่ลูกค้าสั่ง
- ปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น ข้อมูลที่ต้องใช้ออกเอกสารทางภาษี
- จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของกิจการ เว้นแต่ประโยชน์นั้นสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูล เช่น การรักษาความปลอดภัยของร้าน
เรื่องที่ไม่เข้าข้อยกเว้นต้องขอความยินยอม ซึ่งมาตรา 19 กำหนดว่า
- ต้องขอโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล
- ต้องแจ้งวัตถุประสงค์ และแยกส่วนคำขอออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน ใช้ภาษาที่อ่านง่าย ไม่ทำให้เข้าใจผิด
- ห้ามตั้งความยินยอมในข้อมูลที่ไม่จำเป็นเป็นเงื่อนไขของการขายสินค้าหรือให้บริการ
- ลูกค้าถอนความยินยอมได้ทุกเมื่อ และต้องถอนได้ง่ายเท่ากับตอนที่ให้
ถ้าเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์อายุไม่เกิน 10 ปี ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (มาตรา 20)
ข้อมูลอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ศาสนา ประวัติอาชญากรรม และข้อมูลชีวภาพอย่างลายนิ้วมือหรือภาพจำลองใบหน้า ห้ามเก็บโดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นเฉพาะของมาตรา 26
ประกาศความเป็นส่วนตัวต้องบอกอะไร
ไม่ว่าจะใช้ฐานใด กิจการต้องแจ้งรายละเอียดให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อนหรือขณะเก็บข้อมูล (มาตรา 23) ได้แก่
- วัตถุประสงค์ของการเก็บ รวมถึงกรณีที่เก็บโดยอาศัยข้อยกเว้นตามมาตรา 24
- กรณีที่ลูกค้าต้องให้ข้อมูลเพื่อทำสัญญาหรือตามกฎหมาย และผลที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ให้
- ข้อมูลที่จะเก็บ และระยะเวลาที่เก็บไว้
- ประเภทของบุคคลหรือหน่วยงานที่อาจได้รับข้อมูลต่อ
- ชื่อกิจการ สถานที่ และวิธีการติดต่อ
- สิทธิของเจ้าของข้อมูล
กล้องวงจรปิดในร้าน
ภาพจากกล้องที่ระบุตัวคนได้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล ร้านที่ติดกล้องเพื่อรักษาความปลอดภัยอาศัยฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายได้ จึงไม่ต้องขอความยินยอมจากลูกค้าทีละคน แต่ยังมีหน้าที่แจ้งตามมาตรา 23 เช่น ติดป้ายในจุดที่เห็นชัดว่ามีการบันทึกภาพ เพื่อวัตถุประสงค์ใด และติดต่อร้านได้ทางใด ส่วนกล้องที่ติดในบ้านเพื่อประโยชน์ส่วนตนอยู่นอกขอบเขตของ PDPA ตามมาตรา 4
ลูกค้ามีสิทธิอะไร และร้านต้องทำอย่างไร
| สิทธิของเจ้าของข้อมูล | สิ่งที่กิจการต้องทำ |
|---|---|
| ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลของตน (มาตรา 30) | ดำเนินการโดยไม่ชักช้า ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ |
| ถอนความยินยอม (มาตรา 19) | เปิดให้ถอนได้ง่าย และแจ้งผลกระทบของการถอนให้ทราบ |
| คัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรง (มาตรา 32) | หยุดใช้ข้อมูลเพื่อการนั้น |
| ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ระบุตัวไม่ได้ (มาตรา 33) | ทำตามเมื่อเข้าเงื่อนไข เช่น ข้อมูลหมดความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ หรือถอนความยินยอมแล้วและไม่มีฐานอื่นให้เก็บต่อ |
| ขอให้แก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน (มาตรา 35 และ 36) | แก้ไข หรือบันทึกคำขอพร้อมเหตุผลไว้หากไม่ดำเนินการ |
เก็บรักษาและส่งต่อข้อมูล
กิจการต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลสูญหาย หรือถูกเข้าถึง ใช้ แก้ไข หรือเปิดเผยโดยไม่มีอำนาจ และต้องมีระบบตรวจสอบเพื่อลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษา (มาตรา 37)
เมื่อจ้างผู้อื่นจัดการข้อมูลแทน เช่น ผู้ให้บริการระบบสมาชิกหรือระบบส่งข้อความ ผู้รับจ้างนั้นคือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งต้องทำตามคำสั่งของกิจการเท่านั้น และกิจการต้องจัดให้มีข้อตกลงระหว่างกันเพื่อควบคุมการทำงานของผู้ประมวลผล (มาตรา 40)
ข้อมูลรั่วไหล ต้องแจ้งภายใน 72 ชั่วโมง

เมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รายชื่อลูกค้าหลุดออกไป กิจการต้องแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) โดยไม่ชักช้า ภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่จะทำได้ เว้นแต่เหตุนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และถ้ามีความเสี่ยงสูง ต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลพร้อมแนวทางเยียวยาโดยไม่ชักช้าด้วย (มาตรา 37)
กิจการขนาดเล็กได้รับยกเว้นเรื่องใด
โดยปกติผู้ควบคุมข้อมูลต้องจัดทำบันทึกรายการ เช่น ข้อมูลที่เก็บ วัตถุประสงค์ และระยะเวลาเก็บรักษา เพื่อให้เจ้าของข้อมูลและ สคส. ตรวจสอบได้ (มาตรา 39) คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลออกประกาศเมื่อ พ.ศ. 2565 ยกเว้นหน้าที่นี้ให้กิจการขนาดเล็ก ได้แก่ วิสาหกิจขนาดย่อมหรือขนาดกลาง วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจเพื่อสังคม สหกรณ์ มูลนิธิ สมาคม และกิจการในครัวเรือน
ข้อยกเว้นนี้มีขอบเขตจำกัด
- ไม่ใช้กับกิจการที่เก็บข้อมูลซึ่งมีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล หรือเก็บข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26
- ยังต้องบันทึกการปฏิเสธคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลพร้อมเหตุผล
- ยกเว้นเฉพาะการบันทึกรายการ หน้าที่อื่นทั้งหมดในบทความนี้ยังต้องทำครบ
ส่วนเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) กฎหมายบังคับให้มีเมื่อกิจกรรมหลักเป็นการเก็บหรือใช้ข้อมูลอ่อนไหว หรือมีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ (มาตรา 41)
ฝ่าฝืนแล้วมีโทษอย่างไร
- โทษปรับทางปกครอง ไม่เกิน 1 ล้านบาท เช่น ไม่แจ้งรายละเอียดตามมาตรา 23 หรือไม่ดำเนินการตามคำขอเข้าถึงข้อมูล (มาตรา 82) ไม่เกิน 3 ล้านบาท เช่น เก็บข้อมูลโดยไม่มีฐานทางกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 37 (มาตรา 83) และไม่เกิน 5 ล้านบาทเมื่อเป็นเรื่องข้อมูลอ่อนไหว (มาตรา 84) คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญจะสั่งให้แก้ไขหรือตักเตือนก่อนก็ได้ และต้องคำนึงถึงขนาดของกิจการประกอบด้วย (มาตรา 90)
- ความรับผิดทางแพ่ง ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าของข้อมูล และศาลสั่งให้จ่ายเพิ่มได้อีกไม่เกิน 2 เท่าของค่าสินไหมทดแทนที่แท้จริง (มาตรา 77 และ 78)
- โทษอาญา สำหรับการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลอ่อนไหวโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ในประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียหายหรืออับอาย จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 79)
ปรึกษาทนายเรื่อง PDPA
เอกสารอย่างประกาศความเป็นส่วนตัว แบบขอความยินยอม และข้อตกลงกับผู้ประมวลผล ควรเขียนให้ตรงกับวิธีทำงานจริงของแต่ละกิจการ หากต้องการให้ทนายช่วยตรวจหรือจัดทำ คุณโพสต์เล่าเรื่องบน Lawmaneeได้ฟรี ทนายที่สนใจจะติดต่อกลับผ่านแชทของแพลตฟอร์ม หรือค้นหาทนายด้านธุรกิจตามจังหวัดและภาษาได้ทันที