เริ่มขายขนมผ่านเพจ เปิดร้านของชำหน้าบ้าน หรือรับทำสินค้าขายเอง หลายคนสงสัยว่าต้องไปจดทะเบียนอะไรหรือเปล่า คำตอบอยู่ในพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ฉบับใหม่ปี 2567 ซึ่งปรับเกณฑ์ให้ร้านเล็ก ๆ ไม่ต้องจดง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก บทความนี้สรุปว่าใครต้องจด ยื่นที่ไหน เสียเท่าไร และถ้าไม่จดจะเป็นอย่างไร

ทะเบียนพาณิชย์คืออะไร

ทะเบียนพาณิชย์คือการแจ้งข้อมูลกิจการต่อรัฐ เช่น ชื่อร้าน ชนิดกิจการ ที่ตั้ง และเจ้าของ เมื่อจดแล้วจะได้ใบทะเบียนพาณิชย์ไว้เป็นหลักฐานว่ากิจการนี้มีตัวตน ใช้แสดงต่อลูกค้า คู่ค้า หรือหน่วยงานที่ขอดูได้

ทะเบียนพาณิชย์ไม่ใช่การตั้งบริษัท ไม่ใช่การจดทะเบียนภาษี และไม่ใช่ใบอนุญาตประกอบกิจการ เป็นเรื่องแยกกันตามกฎหมายแต่ละฉบับ

ใครต้องจด: เกณฑ์ใหม่ปี 2567

แผนภาพกิจการ 5 ชนิดที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ตามประกาศปี 2567 และผู้ที่ไม่ต้องจด

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ปี 2567 ยกเลิกประกาศเดิมฉบับที่ 93/2520 และฉบับที่ 11/2553 และกำหนดให้ผู้ที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์เหลือ 2 กลุ่ม คือ

  1. บุคคลธรรมดา ที่ทำกิจการในนามตัวเอง
  2. ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รวมถึงคณะบุคคล กิจการร่วมค้า และกลุ่มวิสาหกิจ

โดยต้องจดเมื่อทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งใน 5 ชนิดนี้

ชนิดกิจการ ต้องจดเมื่อ
ซื้อมาขายไป ขายได้ตั้งแต่วันละ 300 บาท หรือมีสินค้าไว้ขายตั้งแต่ 10,000 บาท
ผลิตสินค้าและขายเอง ขายได้ตั้งแต่วันละ 300 บาท หรือมีสินค้าที่ผลิตตั้งแต่ 10,000 บาท
นายหน้าหรือตัวแทนขายสินค้า สินค้าที่ทำการมีค่าตั้งแต่วันละ 300 บาท
ขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ ต้องจด ไม่มีเกณฑ์ยอดขาย
โรงสีข้าว โรงเลื่อยที่ใช้เครื่องจักร ต้องจด

เกณฑ์เดิมตามประกาศปี 2553 อยู่ที่วันละ 20 บาท หรือมีสินค้า 500 บาท ประกาศใหม่จึงยกเว้นร้านเล็กมากได้มากขึ้น แต่การขายผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น เพจ เว็บไซต์ หรือร้านในแพลตฟอร์มออนไลน์ ยังต้องจดทุกกรณี

ใครไม่ต้องจด

  • นิติบุคคล เช่น บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล ตามประกาศปี 2567 ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อีก เพราะจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าไว้แล้ว
  • กลุ่มเกษตรกร ตามกฎหมายว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร
  • การค้าเร่และการค้าแผงลอย กิจการเพื่อการศาสนาหรือการกุศล และกิจการของมูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ หรือส่วนราชการ ซึ่ง พ.ร.บ.ทะเบียนพาณิชย์ไม่ใช้บังคับตั้งแต่ต้น (มาตรา 7)
  • ร้านที่ขายหน้าร้านอย่างเดียว และต่ำกว่าเกณฑ์ทั้งสองข้อ คือขายได้ไม่ถึงวันละ 300 บาท และมีสินค้าไม่ถึง 10,000 บาท

ตัวอย่าง ร้านของชำหน้าบ้านขายได้วันละประมาณ 250 บาท มีสินค้าในร้านราว 8,000 บาท ยังไม่ต้องจด แต่ถ้าสต็อกเพิ่มเป็น 12,000 บาท แม้ยอดขายเท่าเดิม ก็เข้าเกณฑ์ต้องจดแล้ว

ยื่นที่ไหน ภายในเมื่อไร

ต้องยื่นขอจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มประกอบกิจการ (มาตรา 11) ที่สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในท้องที่ที่สำนักงานแห่งใหญ่ของร้านตั้งอยู่ (มาตรา 10)

  • กรุงเทพมหานคร สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต หรือสำนักงานมาตรฐานการคลังและทรัพย์สิน สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร
  • ต่างจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเมืองพัทยา ตามที่ตั้งของร้าน

เจ้าของยื่นเองหรือมอบอำนาจให้คนอื่นยื่นแทนก็ได้ ร้านออนไลน์ที่ไม่มีหน้าร้านมักใช้บ้านที่อยู่เป็นที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่

เตรียมเอกสารอะไรบ้าง

  • คำขอจดทะเบียน แบบ ทพ.
  • บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของ
  • ถ้าเจ้าของเป็นเจ้าบ้าน แสดงทะเบียนบ้านต่อนายทะเบียน ถ้าไม่ใช่เจ้าบ้าน ต้องมีหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่พร้อมเอกสารสิทธิของผู้ยินยอม หรือสำเนาสัญญาเช่าพร้อมเอกสารสิทธิของผู้ให้เช่า
  • แผนที่แสดงที่ตั้งร้านและสถานที่สำคัญใกล้เคียงโดยสังเขป
  • หนังสือมอบอำนาจและสำเนาบัตรของผู้มอบ (ถ้าให้คนอื่นยื่นแทน)
  • ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียน แนบหนังสือหรือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนด้วย

ค่าธรรมเนียม

  • จดทะเบียนตั้งใหม่ 50 บาท
  • จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการ ครั้งละ 20 บาท
  • จดทะเบียนเลิกกิจการ 20 บาท
  • ขอใบแทนใบทะเบียนพาณิชย์ ฉบับละ 30 บาท
  • ขอตรวจดูเอกสาร ครั้งละ 20 บาท และขอคัดสำเนาพร้อมรับรอง ฉบับละ 30 บาท

หลังจดแล้วต้องทำอะไรต่อ

ขั้นตอนจดทะเบียนพาณิชย์ 5 ขั้น ตั้งแต่เตรียมเอกสารจนถึงแจ้งเปลี่ยนแปลงหรือเลิกกิจการภายใน 30 วัน

  • แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงานในที่ที่เห็นได้ง่าย (มาตรา 14) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่าแสดงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วย
  • ติดป้ายชื่อร้านไว้หน้าสำนักงานแห่งใหญ่และสาขาภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียน ป้ายต้องมีอักษรไทยอ่านง่าย จะมีภาษาต่างประเทศด้วยก็ได้ และชื่อต้องตรงกับที่จดไว้ สาขาต้องมีคำว่า "สาขา" (มาตรา 15)
  • เปลี่ยนแปลงรายการหรือเลิกกิจการ เช่น ย้ายที่ตั้ง เปลี่ยนชื่อร้าน เพิ่มชนิดสินค้า หรือปิดร้าน ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่เปลี่ยนหรือเลิก (มาตรา 13)
  • ใบทะเบียนหาย ต้องขอใบแทนภายใน 30 วันนับแต่วันที่หาย (มาตรา 14)

ร้านออนไลน์ที่จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ยังขอเครื่องหมาย DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาแสดงบนเว็บไซต์หรือหน้าร้านได้ ช่วยให้ลูกค้าตรวจสอบได้ว่าร้านมีตัวตนจริง

ไม่จดหรือแจ้งช้า มีโทษอย่างไร

ความผิด โทษปรับ
ไม่จดทะเบียน แจ้งข้อความเท็จ หรือไม่มาให้ถ้อยคำเมื่อนายทะเบียนเรียก ไม่เกิน 2,000 บาท และถ้าไม่จดต่อเนื่อง ปรับอีกวันละไม่เกิน 100 บาทจนกว่าจะจด (มาตรา 19)
ไม่แสดงใบทะเบียน ไม่ขอใบแทนเมื่อหาย หรือไม่ติดป้ายชื่อ ไม่เกิน 200 บาท และปรับอีกวันละไม่เกิน 20 บาทจนกว่าจะทำ (มาตรา 20)

ตัวอย่าง คุณมะลิเริ่มขายขนมผ่านเพจ Facebook ในชื่อตัวเอง เป็นการขายออนไลน์จึงต้องจดไม่ว่ายอดขายเท่าไร คุณมะลิยื่นที่สำนักงานเขตที่บ้านตั้งอยู่ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มขาย เสียค่าธรรมเนียม 50 บาท ต่อมาย้ายบ้าน ก็ยื่นจดเปลี่ยนแปลงที่ตั้งภายใน 30 วัน เสียอีก 20 บาท

ชาวต่างชาติที่อยากเปิดกิจการ

ชาวต่างชาติที่จะทำธุรกิจในไทยมีกฎหมายอื่นเกี่ยวข้องนอกจากทะเบียนพาณิชย์ เช่น พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งจำกัดธุรกิจหลายประเภท ควรปรึกษาทนายก่อนลงทุนหรือเซ็นสัญญาเช่าร้าน

ปรึกษาทนายเรื่องธุรกิจ

ถ้ายังไม่แน่ใจว่ากิจการของคุณต้องจดหรือไม่ ควรตั้งเป็นร้านในนามตัวเองหรือตั้งบริษัท หรือกำลังจะเริ่มธุรกิจร่วมกับหุ้นส่วน บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรี ทนายที่สนใจจะตอบกลับผ่านแชตในระบบ หรือค้นหาทนายด้านธุรกิจตามจังหวัดและภาษาที่ต้องการได้ทันที