ค่าทนายความเป็นคำถามแรก ๆ ของคนที่กำลังจะมีคดี และเป็นคำถามที่ตอบตรง ๆ ได้ยากที่สุด เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราค่าจ้างว่าความไว้ แต่ละสำนักงานจึงตั้งราคาเองตามลักษณะงาน สิ่งที่ช่วยได้จริงคือเข้าใจว่าเงินในคดีหนึ่งประกอบด้วยอะไรบ้าง แล้วนำใบเสนอราคาหลายใบมาเทียบกันบนมาตรฐานเดียวกัน

เงินในคดีหนึ่งมีอะไรบ้าง

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแบ่งได้เป็น 4 ส่วน และไม่ได้จ่ายให้ทนายทั้งหมด

แผนภาพค่าใช้จ่ายในคดี 4 ส่วน ได้แก่ ค่าวิชาชีพทนาย ค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายจริง และค่าใช้จ่ายเฉพาะคดี

  1. ค่าวิชาชีพทนาย ได้แก่ ค่าปรึกษา ค่าตรวจเอกสาร ค่าร่างหนังสือทวงถามหรือสัญญา และค่าว่าความในศาล
  2. ค่าธรรมเนียมศาล จ่ายให้ศาลโดยตรง ที่คุ้นกันดีคือ "ค่าขึ้นศาล" ตอนยื่นฟ้อง รวมถึงค่าส่งหมายและค่าคำร้องต่าง ๆ
  3. ค่าใช้จ่ายจริง เช่น ค่าเดินทางไปศาลต่างจังหวัด ค่าถ่ายและรับรองสำเนาเอกสาร ค่าแปลเอกสารภาษาต่างประเทศ
  4. ค่าใช้จ่ายเฉพาะคดี เช่น หลักประกันในการขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีอาญา หรือค่าตอบแทนพยานผู้เชี่ยวชาญ

ใบเสนอราคาที่ดีควรแยกส่วนเหล่านี้ให้เห็นชัด ถ้าได้ตัวเลขมาก้อนเดียวโดยไม่บอกว่ารวมอะไร ให้ถามก่อนตกลงทุกครั้ง

ทำไมค่าทนายแต่ละที่ถึงต่างกันมาก

  • ความยากของคดีและปริมาณงาน คดีที่มีพยานหลายปาก หรือต้องตรวจเอกสารจำนวนมาก ใช้เวลามากกว่า
  • ทุนทรัพย์ มูลค่าที่พิพาทสูง ความรับผิดชอบของทนายก็สูงตาม
  • ชั้นศาลและจำนวนนัด ราคาที่เสนอมักครอบคลุมเฉพาะศาลชั้นต้น ส่วนชั้นอุทธรณ์และฎีกาคิดแยก
  • ที่ตั้งของศาล ศาลที่อยู่ไกลจากสำนักงานมีค่าเดินทางและเวลาที่เสียเพิ่มขึ้น
  • ความเร่งด่วนและภาษา งานด่วนนอกเวลาทำการ หรือคดีที่ต้องสื่อสารกับลูกความเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน มักมีค่าบริการสูงกว่า

รูปแบบการคิดค่าทนายที่พบบ่อย

  • เหมาจ่ายรายคดีหรือรายชั้นศาล นิยมที่สุดในคดีทั่วไป รู้ยอดตั้งแต่ต้น และมักแบ่งจ่ายเป็นงวดตามขั้นตอนของคดี เช่น งวดแรกเมื่อยื่นฟ้อง งวดถัดไปเมื่อสืบพยาน
  • คิดรายชั่วโมง พบบ่อยในงานที่ปรึกษาธุรกิจและสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ ควรขอประมาณการจำนวนชั่วโมงและเพดานค่าบริการไว้ก่อน
  • ค่าตอบแทนเพิ่มเมื่อสำเร็จ (success fee) บางสำนักงานคิดเพิ่มเมื่อชนะคดีหรือได้รับชำระเงินจริง ต้องเขียนให้ชัดว่า "สำเร็จ" หมายถึงอะไร และคิดจากยอดใด

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ควรทำสัญญาจ้างว่าความเป็นลายลักษณ์อักษร และขอใบเสร็จทุกครั้งที่ชำระเงิน

ค่าขึ้นศาลคดีแพ่งคิดอย่างไร

ค่าขึ้นศาลคิดจาก "ทุนทรัพย์" คือจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์ที่ฟ้องเรียก ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

กรณี ค่าขึ้นศาล
คดีมโนสาเร่ ทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท ร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 1,000 บาท
ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท ร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
ส่วนของทุนทรัพย์ที่เกิน 50 ล้านบาท เพิ่มอีกร้อยละ 0.1 ของส่วนที่เกิน
คดีที่ไม่มีทุนทรัพย์ 200 บาท
คดีแรงงาน ได้รับยกเว้น
คดีผู้บริโภคที่ผู้บริโภคเป็นผู้ฟ้อง ได้รับยกเว้น (ศาลอาจสั่งให้ชำระในภายหลังได้)

ตัวอย่าง ฟ้องเรียกเงิน 1,000,000 บาท เสียค่าขึ้นศาล 20,000 บาท ส่วนฟ้องเรียก 20 ล้านบาท ค่าขึ้นศาลจะชนเพดานที่ 200,000 บาท

อีกเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ "ค่าทนายความ" ที่ศาลสั่งให้ฝ่ายแพ้คดีชดใช้ ศาลกำหนดตามอัตราในตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งมักน้อยกว่าค่าจ้างที่จ่ายให้ทนายจริง จึงไม่ควรวางแผนว่าจะได้ค่าทนายคืนครบทั้งหมด

ไม่มีเงินจ้างทนาย มีทางเลือกไหม

  • สภาทนายความ ให้คำปรึกษากฎหมายโดยไม่คิดค่าบริการ (สายด่วน 1167) และช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ ผู้ขอความช่วยเหลือยังต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ศาลหรือหน่วยงานราชการเอง
  • กองทุนยุติธรรม สนับสนุนค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
  • ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอยื่นคำร้องขอให้ศาลยกเว้นค่าธรรมเนียมได้
  • คดีแรงงานและคดีผู้บริโภค ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และยื่นฟ้องด้วยวาจาได้

7 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างทนาย

เช็กลิสต์ 7 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างทนายความ

  1. ราคานี้รวมอะไรบ้าง และไม่รวมอะไร
  2. ครอบคลุมถึงศาลชั้นไหน ถ้ามีการอุทธรณ์ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร
  3. แบ่งจ่ายกี่งวด และแต่ละงวดผูกกับขั้นตอนใด
  4. ค่าใช้จ่ายจริงเรียกเก็บแบบเหมา หรือตามใบเสร็จ
  5. ใครเป็นผู้รับผิดชอบคดี และติดต่อได้ทางไหน
  6. มองจุดแข็ง จุดอ่อน และระยะเวลาของคดีไว้อย่างไร
  7. ขอดูใบอนุญาตทนายความได้ไหม (ตรวจสอบรายชื่อทนายความได้ที่เว็บไซต์สภาทนายความ)

เทียบหลายสำนักงานโดยไม่ต้องโทรไล่ถาม

วิธีที่ง่ายที่สุดคือเล่ารายละเอียดคดีครั้งเดียว แล้วให้ทนายที่สนใจติดต่อกลับมา บน Lawmanee คุณโพสต์ประกาศหาทนายได้ฟรี ทนายที่สนใจจะตอบรับประกาศและทักแชทในระบบมาคุยรายละเอียด ขอให้แต่ละคนเสนอขอบเขตงานและค่าบริการ แล้วเปรียบเทียบประสบการณ์กับสถานะการยืนยันตัวตนก่อนตัดสินใจจ้าง หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที