ค่าทนายความเป็นคำถามแรก ๆ ของคนที่กำลังจะมีคดี และเป็นคำถามที่ตอบตรง ๆ ได้ยากที่สุด เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราค่าจ้างว่าความไว้ แต่ละสำนักงานจึงตั้งราคาเองตามลักษณะงาน สิ่งที่ช่วยได้จริงคือเข้าใจว่าเงินในคดีหนึ่งประกอบด้วยอะไรบ้าง แล้วนำใบเสนอราคาหลายใบมาเทียบกันบนมาตรฐานเดียวกัน
เงินในคดีหนึ่งมีอะไรบ้าง
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแบ่งได้เป็น 4 ส่วน และไม่ได้จ่ายให้ทนายทั้งหมด

- ค่าวิชาชีพทนาย ได้แก่ ค่าปรึกษา ค่าตรวจเอกสาร ค่าร่างหนังสือทวงถามหรือสัญญา และค่าว่าความในศาล
- ค่าธรรมเนียมศาล จ่ายให้ศาลโดยตรง ที่คุ้นกันดีคือ "ค่าขึ้นศาล" ตอนยื่นฟ้อง รวมถึงค่าส่งหมายและค่าคำร้องต่าง ๆ
- ค่าใช้จ่ายจริง เช่น ค่าเดินทางไปศาลต่างจังหวัด ค่าถ่ายและรับรองสำเนาเอกสาร ค่าแปลเอกสารภาษาต่างประเทศ
- ค่าใช้จ่ายเฉพาะคดี เช่น หลักประกันในการขอปล่อยตัวชั่วคราวในคดีอาญา หรือค่าตอบแทนพยานผู้เชี่ยวชาญ
ใบเสนอราคาที่ดีควรแยกส่วนเหล่านี้ให้เห็นชัด ถ้าได้ตัวเลขมาก้อนเดียวโดยไม่บอกว่ารวมอะไร ให้ถามก่อนตกลงทุกครั้ง
ทำไมค่าทนายแต่ละที่ถึงต่างกันมาก
- ความยากของคดีและปริมาณงาน คดีที่มีพยานหลายปาก หรือต้องตรวจเอกสารจำนวนมาก ใช้เวลามากกว่า
- ทุนทรัพย์ มูลค่าที่พิพาทสูง ความรับผิดชอบของทนายก็สูงตาม
- ชั้นศาลและจำนวนนัด ราคาที่เสนอมักครอบคลุมเฉพาะศาลชั้นต้น ส่วนชั้นอุทธรณ์และฎีกาคิดแยก
- ที่ตั้งของศาล ศาลที่อยู่ไกลจากสำนักงานมีค่าเดินทางและเวลาที่เสียเพิ่มขึ้น
- ความเร่งด่วนและภาษา งานด่วนนอกเวลาทำการ หรือคดีที่ต้องสื่อสารกับลูกความเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน มักมีค่าบริการสูงกว่า
รูปแบบการคิดค่าทนายที่พบบ่อย
- เหมาจ่ายรายคดีหรือรายชั้นศาล นิยมที่สุดในคดีทั่วไป รู้ยอดตั้งแต่ต้น และมักแบ่งจ่ายเป็นงวดตามขั้นตอนของคดี เช่น งวดแรกเมื่อยื่นฟ้อง งวดถัดไปเมื่อสืบพยาน
- คิดรายชั่วโมง พบบ่อยในงานที่ปรึกษาธุรกิจและสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ ควรขอประมาณการจำนวนชั่วโมงและเพดานค่าบริการไว้ก่อน
- ค่าตอบแทนเพิ่มเมื่อสำเร็จ (success fee) บางสำนักงานคิดเพิ่มเมื่อชนะคดีหรือได้รับชำระเงินจริง ต้องเขียนให้ชัดว่า "สำเร็จ" หมายถึงอะไร และคิดจากยอดใด
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ควรทำสัญญาจ้างว่าความเป็นลายลักษณ์อักษร และขอใบเสร็จทุกครั้งที่ชำระเงิน
ค่าขึ้นศาลคดีแพ่งคิดอย่างไร
ค่าขึ้นศาลคิดจาก "ทุนทรัพย์" คือจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์ที่ฟ้องเรียก ตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
| กรณี | ค่าขึ้นศาล |
|---|---|
| คดีมโนสาเร่ ทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท | ร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 1,000 บาท |
| ทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาท | ร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท |
| ส่วนของทุนทรัพย์ที่เกิน 50 ล้านบาท | เพิ่มอีกร้อยละ 0.1 ของส่วนที่เกิน |
| คดีที่ไม่มีทุนทรัพย์ | 200 บาท |
| คดีแรงงาน | ได้รับยกเว้น |
| คดีผู้บริโภคที่ผู้บริโภคเป็นผู้ฟ้อง | ได้รับยกเว้น (ศาลอาจสั่งให้ชำระในภายหลังได้) |
ตัวอย่าง ฟ้องเรียกเงิน 1,000,000 บาท เสียค่าขึ้นศาล 20,000 บาท ส่วนฟ้องเรียก 20 ล้านบาท ค่าขึ้นศาลจะชนเพดานที่ 200,000 บาท
อีกเรื่องที่มักเข้าใจผิดคือ "ค่าทนายความ" ที่ศาลสั่งให้ฝ่ายแพ้คดีชดใช้ ศาลกำหนดตามอัตราในตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งมักน้อยกว่าค่าจ้างที่จ่ายให้ทนายจริง จึงไม่ควรวางแผนว่าจะได้ค่าทนายคืนครบทั้งหมด
ไม่มีเงินจ้างทนาย มีทางเลือกไหม
- สภาทนายความ ให้คำปรึกษากฎหมายโดยไม่คิดค่าบริการ (สายด่วน 1167) และช่วยเหลือทางคดีแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ ผู้ขอความช่วยเหลือยังต้องรับผิดชอบค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้ศาลหรือหน่วยงานราชการเอง
- กองทุนยุติธรรม สนับสนุนค่าจ้างทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
- ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ผู้ที่ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอยื่นคำร้องขอให้ศาลยกเว้นค่าธรรมเนียมได้
- คดีแรงงานและคดีผู้บริโภค ไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาล และยื่นฟ้องด้วยวาจาได้
7 คำถามที่ควรถามก่อนจ้างทนาย

- ราคานี้รวมอะไรบ้าง และไม่รวมอะไร
- ครอบคลุมถึงศาลชั้นไหน ถ้ามีการอุทธรณ์ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไร
- แบ่งจ่ายกี่งวด และแต่ละงวดผูกกับขั้นตอนใด
- ค่าใช้จ่ายจริงเรียกเก็บแบบเหมา หรือตามใบเสร็จ
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบคดี และติดต่อได้ทางไหน
- มองจุดแข็ง จุดอ่อน และระยะเวลาของคดีไว้อย่างไร
- ขอดูใบอนุญาตทนายความได้ไหม (ตรวจสอบรายชื่อทนายความได้ที่เว็บไซต์สภาทนายความ)
เทียบหลายสำนักงานโดยไม่ต้องโทรไล่ถาม
วิธีที่ง่ายที่สุดคือเล่ารายละเอียดคดีครั้งเดียว แล้วให้ทนายที่สนใจติดต่อกลับมา บน Lawmanee คุณโพสต์ประกาศหาทนายได้ฟรี ทนายที่สนใจจะตอบรับประกาศและทักแชทในระบบมาคุยรายละเอียด ขอให้แต่ละคนเสนอขอบเขตงานและค่าบริการ แล้วเปรียบเทียบประสบการณ์กับสถานะการยืนยันตัวตนก่อนตัดสินใจจ้าง หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที