ใบสั่งจราจรมีทั้งแบบที่ตำรวจยื่นให้ที่ถนน ติดไว้ที่รถ และแบบที่ส่งทางไปรษณีย์ถึงบ้านเมื่อกล้องจับได้ หลายคนเก็บไว้ในลิ้นชักแล้วลืม แต่ปัจจุบันใบสั่งที่ค้างชำระมีผลกับการต่อภาษีรถและคะแนนใบขับขี่โดยตรง บทความนี้สรุปวิธีเช็ก จ่าย และโต้แย้งใบสั่ง ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และมาตรการล่าสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบก
ใบสั่งมีกี่แบบ
ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรื่องแบบใบสั่ง พ.ศ. 2563 ซึ่งออกตามมาตรา 140 ของพระราชบัญญัติจราจรทางบก กำหนดใบสั่งไว้ 2 แบบ
- ใบสั่งที่ให้ผู้ขับขี่หรือติดไว้ที่รถ เมื่อเจ้าหน้าที่พบการกระทำผิดเอง
- ใบสั่งทางไปรษณีย์ ส่งถึงเจ้าของหรือผู้ครอบครองรถตามที่อยู่ในทะเบียนรถ มักเป็นกรณีที่กล้องตรวจจับได้ ใบสั่งจะมีภาพหรือหลักฐานการกระทำผิดแนบมา
เพราะใบสั่งจากกล้องส่งไปที่เจ้าของรถ ใครที่ให้คนอื่นยืมรถหรือเพิ่งขายรถแต่ยังไม่ได้โอนทะเบียน ควรตรวจสอบใบสั่งในชื่อตนเองเป็นระยะ
ค่าปรับของแต่ละข้อหาเป็นไปตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ซึ่งฉบับที่ 13 พ.ศ. 2565 ปรับเพิ่มอัตราโทษหลายข้อหา และมีผลตั้งแต่ 5 กันยายน 2565 จำนวนเงินที่ต้องจ่ายจริงระบุอยู่ในใบสั่งแต่ละใบ
เช็กและจ่ายค่าปรับ

- ตรวจใบสั่ง ดูข้อหา วันเวลา สถานที่ ทะเบียนรถ และจำนวนค่าปรับให้ตรงกับความจริง
- เช็กในระบบ PTM ที่เว็บไซต์ ptm.police.go.th (ระบบ E-Ticket ของตำรวจ) ค้นด้วยเลขบัตรประชาชน เลขใบขับขี่ หรือทะเบียนรถ ระบบแสดงใบสั่งที่ค้างอยู่ และในใบสั่งรูปแบบใหม่ยังเปิดดูสำเนาใบสั่ง หนังสือแจ้งเตือน หลักฐานการส่งไปรษณีย์ และชื่อหน่วยของเจ้าหน้าที่ผู้ออกใบสั่งได้
- ชำระค่าปรับภายในเวลาที่ระบุในใบสั่ง ผ่านระบบ PTM แอปเป๋าตัง แอป KHUB DEE (ขับดี) สถานีตำรวจ ธนาคาร หรือที่ทำการไปรษณีย์
- เก็บหลักฐานการชำระ ไว้ใช้ตอนต่อภาษีรถหรือเมื่อมีข้อสงสัยภายหลัง
ไม่เห็นด้วยกับใบสั่ง โต้แย้งได้
ถ้าเห็นว่าใบสั่งไม่ถูกต้อง อย่าเพิ่งจ่าย ประกาศเรื่องแบบใบสั่งเปิดให้แย้งหรือปฏิเสธข้อหาได้ เหตุที่ใช้ได้ เช่น
- ไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา
- ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ
- รถคันนั้นไม่ใช่รถของตน
ให้ติดต่อหน่วยงานที่ออกใบสั่งตามที่ระบุในใบสั่ง เจ้าหน้าที่จะบันทึกการปฏิเสธไว้ เตรียมหลักฐานไปด้วย เช่น สัญญาซื้อขายรถ หลักฐานว่าวันนั้นอยู่ที่อื่น หรือภาพจากกล้องหน้ารถ ถ้าเรื่องไม่จบที่ชั้นตำรวจและต้องสู้ต่อ ควรปรึกษาทนาย
ค้างใบสั่ง ต่อภาษีรถได้ไหม

ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติกับกรมการขนส่งทางบกเชื่อมข้อมูลใบสั่งเข้าด้วยกัน ผลคือ
- ต่อภาษีได้ ไม่ได้ห้าม แต่ถ้ายังมีใบสั่งค้าง จะได้เพียงเอกสารชั่วคราวอายุ 30 วัน แทนป้ายวงกลมตัวจริง
- จ่ายค่าปรับให้ครบ แล้วนำหลักฐานการชำระไปรับป้ายภาษีตัวจริงภายใน 30 วันนับแต่วันต่อภาษี ถ้าจ่ายค่าปรับพร้อมภาษีในคราวเดียว จะได้ป้ายตัวจริงทันที
- ปล่อยให้เอกสารชั่วคราวหมดอายุ แล้วยังใช้รถ ถือเป็นการใช้รถโดยไม่แสดงเครื่องหมายการเสียภาษีตามพระราชบัญญัติรถยนต์ มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท
- ใช้กับใบสั่งที่ออกตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569 ไม่ย้อนหลังไปถึงใบสั่งเก่า
ข้อมูลใบสั่งไม่ได้ส่งถึงกรมการขนส่งทางบกทันที ตำรวจจะส่งหนังสือแจ้งเตือนก่อน ถ้ายังไม่จ่าย ข้อมูลจึงเข้าสู่ระบบของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งใช้เวลาประมาณ 60 ถึง 90 วันนับจากวันออกใบสั่ง
ระบบตัดแต้มใบขับขี่
ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2566 ผู้มีใบอนุญาตขับขี่ทุกคนมีคะแนนความประพฤติ 12 คะแนน การกระทำผิดแต่ละข้อหาถูกตัดคะแนนไม่เท่ากัน
| การกระทำผิด | คะแนนที่ถูกตัด |
|---|---|
| จอดรถในที่ห้ามจอด | 1 คะแนน |
| ไม่ชำระค่าปรับตามใบสั่ง | 1 คะแนน |
| ฝ่าสัญญาณไฟแดง | 2 คะแนน |
| ขับรถย้อนศร | 2 คะแนน |
| เมาแล้วขับ | 4 คะแนน |
เมื่อคะแนนเหลือ 0 จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน คะแนนที่ถูกตัดจะคืนเมื่อครบ 1 ปี ตรวจคะแนนของตนได้ในระบบ PTM แอป KHUB DEE หรือแอปเป๋าตัง
ตัวอย่าง คุณเอมีคะแนนเต็ม 12 คะแนน เดือนมีนาคมถูกกล้องจับฝ่าไฟแดง ถูกตัด 2 คะแนน เหลือ 10 คะแนน เดือนเมษายนได้ใบสั่งจอดในที่ห้ามจอด ถูกตัดอีก 1 คะแนน เหลือ 9 คะแนน และถ้าไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจอดรถ ก็ถูกตัดเพิ่มอีก 1 คะแนน เหลือ 8 คะแนน ทั้งที่ทำผิดเพียง 2 ครั้ง
ชาวต่างชาติที่ขับรถในไทย
ใบสั่งและการชำระค่าปรับใช้แบบเดียวกันกับทุกคนที่ขับรถในประเทศไทย ใบสั่งจากกล้องส่งถึงเจ้าของรถตามทะเบียน ผู้ที่เช่าหรือยืมรถจึงควรตกลงกับเจ้าของรถให้ชัดว่าใครเป็นผู้จ่าย
ปรึกษาทนายเรื่องจราจร
ใบสั่งส่วนใหญ่จบได้ด้วยการจ่ายค่าปรับ แต่บางเรื่องควรมีทนาย เช่น ถูกกล่าวหาทั้งที่ไม่ได้ขับ รถถูกสวมทะเบียน หรือเรื่องจราจรที่มีอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บ บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรี ทนายที่สนใจจะตอบกลับในแชตของแพลตฟอร์ม หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที