เมาแล้วขับเป็นความผิดอาญา ไม่ใช่แค่ความผิดจราจรที่จ่ายค่าปรับแล้วจบ ตั้งแต่พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565 โทษของผู้ที่ทำผิดซ้ำหนักขึ้นมาก บทความนี้สรุปว่าเท่าไรจึงนับว่าเมา โทษแต่ละกรณีเป็นอย่างไร และควรทำอย่างไรเมื่อถูกดำเนินคดี
เท่าไรจึงนับว่า "เมาแล้วขับ"
มาตรา 43(2) ห้ามขับรถในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น ส่วนเกณฑ์ว่าเมาหรือไม่ กฎกระทรวงกำหนดจากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด แบ่งเป็น 2 ระดับ
- เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ขับขี่ทั่วไปที่อายุ 20 ปีขึ้นไปและมีใบอนุญาตขับขี่ตามปกติ
- เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ขับขี่ที่อายุไม่ถึง 20 ปี ผู้ที่ถือใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ และผู้ที่ถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ร่างกายแต่ละคนดูดซึมแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน ดื่มเพียงเล็กน้อยก็อาจเกินเกณฑ์ได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่ม 20 มก.% วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ขับรถเลยหลังดื่ม

โทษเมาแล้วขับแต่ละกรณี
มาตรา 160 ตรี กำหนดโทษตามผลที่เกิดขึ้น ทุกกรณีศาลต้องสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ด้วย
| กรณี | จำคุก | ปรับ | ใบอนุญาตขับขี่ |
|---|---|---|---|
| เมาแล้วขับ ครั้งแรก | ไม่เกิน 1 ปี | 5,000–20,000 บาท (หรือทั้งจำทั้งปรับ) | พักใช้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอน |
| ทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี | ไม่เกิน 2 ปี | และปรับ 50,000–100,000 บาท | พักใช้ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอน |
| ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ | 1–5 ปี | และปรับ 20,000–100,000 บาท | พักใช้ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอน |
| ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส | 2–6 ปี | และปรับ 40,000–120,000 บาท | พักใช้ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอน |
| ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต | 3–10 ปี | และปรับ 60,000–200,000 บาท | เพิกถอน |
จุดที่หลายคนมองข้ามคือการทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ทำผิดครั้งแรก กฎหมายกำหนดให้ลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนครั้งแรก
ตัวอย่าง นาย ก. ถูกจับเมาแล้วขับเมื่อเดือนมกราคม ศาลปรับ 10,000 บาทและพักใช้ใบขับขี่ 6 เดือน ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนของปีถัดไป นาย ก. ถูกจับอีกครั้ง ซึ่งยังอยู่ภายใน 2 ปี ครั้งนี้กฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีและปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 100,000 บาท พร้อมพักใช้ใบขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปีหรือเพิกถอน
นอกจากโทษอาญา ผู้ขับขี่ที่ทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายยังต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งแก่ผู้เสียหายด้วย

ถ้าไม่ยอมเป่า จะเป็นอย่างไร
เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ขับขี่เมาสุรา เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้ทดสอบ ถ้าผู้ขับขี่ไม่ยอมให้ทดสอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 142 วรรคสอง ให้สันนิษฐานว่าขับรถในขณะเมาสุรา แม้ไม่มีผลเป่าก็ตาม
ผลคือ ผู้ที่ปฏิเสธการเป่าอาจถูกดำเนินคดีทั้งข้อหาเมาแล้วขับซึ่งมีโทษเท่ากับกรณีเป่าแล้วเกินเกณฑ์ และข้อหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาทอีกข้อหนึ่ง การไม่เป่าจึงไม่ได้ช่วยให้พ้นผิด และมักทำให้สถานการณ์แย่ลง
ศาลลงโทษอย่างไรในทางปฏิบัติ
คดีเมาแล้วขับที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ศาลมักพิจารณาโทษตามพฤติการณ์ เช่น ปริมาณแอลกอฮอล์ ประวัติการกระทำผิด และการรับสารภาพ ในหลายคดีศาลอาจรอการลงโทษจำคุก และกำหนดเงื่อนไขคุมประพฤติ เช่น ให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ทำงานบริการสังคม หรือติดอุปกรณ์ติดตามตัว แต่การรอการลงโทษขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลในแต่ละคดี ไม่มีใครรับประกันผลได้
ถ้าผิดเงื่อนไขคุมประพฤติ หรือกลับมาทำผิดซ้ำ ศาลอาจนำโทษที่รอไว้มาบวกกับคดีใหม่ได้
ถูกดำเนินคดีเมาแล้วขับ ควรทำอย่างไร
- ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน และขอดูผลการทดสอบ จดวันเวลาและสถานที่ไว้
- เก็บเอกสารทุกฉบับ เช่น บันทึกการจับกุม ใบนัด และผลการตรวจแอลกอฮอล์
- ปรึกษาทนายความก่อนให้การ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้บาดเจ็บ มีความเสียหาย หรือเคยมีคดีเมาแล้วขับมาก่อน ผู้ต้องหามีสิทธิพบและปรึกษาทนายความ
- ไปศาลตามนัด การไม่ไปตามนัดอาจทำให้ถูกออกหมายจับ
- ถ้ามีผู้เสียหาย ควรติดต่อเยียวยาและเจรจาค่าเสียหายอย่างเหมาะสม ซึ่งศาลมักนำมาประกอบการพิจารณาโทษ
ชาวต่างชาติที่ขับรถในไทยอยู่ใต้กฎหมายเดียวกันทุกประการ และคดีอาญาอาจมีผลต่อการพำนักหรือการต่อวีซ่า จึงควรปรึกษาทนายตั้งแต่เริ่มต้น
ปรึกษาทนายคดีเมาแล้วขับ
คดีเมาแล้วขับแต่ละคดีมีรายละเอียดต่างกัน โดยเฉพาะเมื่อมีอุบัติเหตุหรือเป็นการทำผิดซ้ำ บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีเพื่อให้ทนายคดีอาญาและคดีจราจรติดต่อกลับผ่านแชทในระบบ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที