ในไทย หมิ่นประมาทไม่ได้เป็นแค่เรื่องที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายกันได้ แต่เป็นความผิดอาญาที่มีโทษจำคุก และเมื่อข้อความอยู่บน Facebook, TikTok, X, รีวิวร้านค้า หรือกลุ่มไลน์ที่มีคนเห็นจำนวนมาก มักเข้าข่ายหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ซึ่งโทษหนักกว่าปกติ บทความนี้สรุปเส้นแบ่งระหว่างคำวิจารณ์ที่ทำได้กับข้อความที่อาจถูกดำเนินคดี
หมิ่นประมาทคืออะไร
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 กำหนดว่า ผู้ที่ ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
- ใส่ความ คือการยืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคนอื่น เช่น บอกว่าเขาโกง ขโมย หรือนอกใจ ไม่ใช่แค่ความเห็นลอย ๆ
- ต่อบุคคลที่สาม ต้องมีคนอื่นได้รู้ได้เห็น ข้อความที่ส่งถึงเจ้าตัวคนเดียวในแชทส่วนตัวจึงไม่ใช่หมิ่นประมาท
- ระบุตัวได้ แม้ไม่เอ่ยชื่อ แต่ถ้าคนอ่านรู้ว่าหมายถึงใคร ก็อาจเป็นความผิดได้
ปัจจุบันการโพสต์หมิ่นประมาทบุคคลไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) แล้ว เพราะฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560 ตัดความผิดฐานหมิ่นประมาทออกจากมาตรานี้ แต่ยังเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเช่นเดิม
โพสต์หนึ่งครั้ง อาจผิดได้หลายฐาน

| ความผิด | ตัวอย่าง | โทษสูงสุด |
|---|---|---|
| หมิ่นประมาท (มาตรา 326) | เล่าให้คนอื่นฟังว่าเพื่อนบ้านขโมยของ | จำคุก 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา (มาตรา 328) | โพสต์ แชร์ คลิป หรือรีวิวที่คนจำนวนมากเห็น | จำคุก 2 ปี และปรับ 200,000 บาท |
| ดูหมิ่นซึ่งหน้าหรือด้วยการโฆษณา (มาตรา 393) | ด่าด้วยคำหยาบโดยไม่ได้กล่าวหาเรื่องใด | จำคุก 1 เดือน หรือปรับ 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ |
| ภาพตัดต่อ (พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 16) | ตัดต่อหรือดัดแปลงภาพคนอื่นให้เสียชื่อเสียงหรืออับอาย | จำคุก 3 ปี ปรับ 200,000 บาท |
ตัวเลขในตารางเป็นโทษสูงสุดตามกฎหมาย ศาลกำหนดโทษจริงตามพฤติการณ์ของแต่ละคดี
ข้อยกเว้น: เมื่อไรพูดได้โดยไม่ผิด
- แสดงความเห็นโดยสุจริต (มาตรา 329) เช่น เพื่อปกป้องสิทธิของตนตามคลองธรรม ติชมด้วยความเป็นธรรมในเรื่องที่ประชาชนย่อมวิจารณ์ได้ หรือรายงานการดำเนินการที่เปิดเผยในศาลหรือในการประชุมอย่างเป็นธรรม
- พิสูจน์ได้ว่าจริง (มาตรา 330) ผู้ถูกกล่าวหาไม่ต้องรับโทษ แต่ห้ามพิสูจน์ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวที่การพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน
หลักปฏิบัติสำหรับการรีวิวสินค้าและบริการ: เล่าเฉพาะสิ่งที่ตัวเองพบจริงพร้อมหลักฐาน แยกข้อเท็จจริงออกจากความเห็น ไม่ใช้คำหยาบ ไม่กล่าวหาว่าใครทำผิดกฎหมายโดยไม่มีหลักฐาน และไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น
ถูกหมิ่นประมาทออนไลน์ ทำอย่างไร

- เก็บหลักฐานทันที แคปหน้าจอให้เห็นข้อความ ชื่อบัญชี วันเวลา และจำนวนการแชร์ พร้อมคัดลอก URL เก็บไว้ เพราะโพสต์อาจถูกลบได้ทุกเมื่อ
- ประเมินข้อความ แยกให้ออกว่าเป็นการใส่ความ การด่าทอ หรือคำวิจารณ์ที่ชอบธรรม
- แจ้งความหรือฟ้องเองภายใน 3 เดือน หมิ่นประมาทเป็นความผิดอันยอมความได้ (มาตรา 333) ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ (มาตรา 96) มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ
- เรียกค่าเสียหายทางแพ่ง ฐานละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 และขอให้ศาลสั่งให้จำเลยทำการเพื่อกู้ชื่อเสียงคืนตามมาตรา 447 โดยต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด (มาตรา 448)
- เจรจาหรือไกล่เกลี่ย หลายคดีจบด้วยการลบโพสต์ ขอโทษ หรือชดใช้ และเมื่อยอมความกันแล้ว คดีอาญาย่อมระงับ
ระหว่างนั้นให้แจ้งแพลตฟอร์มให้ตรวจสอบหรือลบเนื้อหาควบคู่ไปด้วย และอย่าโพสต์ตอบโต้ด้วยถ้อยคำรุนแรง เพราะอาจกลายเป็นผู้ถูกฟ้องเสียเอง
ถูกแจ้งความหมิ่นประมาท ทำอย่างไร
- อย่าเพิกเฉยต่อหมายเรียก ไปพบพนักงานสอบสวนตามนัดพร้อมทนาย ผู้ต้องหามีสิทธิให้การหรือไม่ให้การก็ได้ และขอปล่อยตัวชั่วคราวได้
- เก็บบริบททั้งหมด เช่น แชทก่อนหน้า ใบเสร็จ หรือหลักฐานที่แสดงว่าสิ่งที่เขียนเป็นความจริงหรือเป็นการติชมโดยสุจริต และปรึกษาทนายก่อนตัดสินใจลบหรือแก้ไขโพสต์
- ตรวจอายุความ ถ้าผู้เสียหายร้องทุกข์เกิน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ คดีอาญาย่อมขาดอายุความ
- พิจารณาการขอโทษหรือยอมความ โดยเฉพาะเมื่อข้อความพิสูจน์ได้ยาก การเจรจาตั้งแต่เนิ่น ๆ มักประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายกว่าการต่อสู้คดีจนถึงที่สุด
ปรึกษาทนายเรื่องหมิ่นประมาท
คดีหมิ่นประมาทขึ้นอยู่กับถ้อยคำ บริบท และหลักฐานเป็นหลัก ทนายช่วยประเมินได้ตั้งแต่ก่อนแจ้งความหรือก่อนไปพบพนักงานสอบสวน บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีเพื่อให้ทนายที่สนใจติดต่อกลับทางแชทในระบบ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที