ไม่ใช่ทายาททุกคนจะได้รับมรดกเสมอไป กฎหมายไทยมี 3 เรื่องที่ทำให้ทายาทไม่ได้รับมรดก และมักถูกเรียกปนกัน คือ ถูกกำจัดมิให้รับมรดก เพราะทายาททำผิดตามที่กฎหมายกำหนด ถูกตัดมิให้รับมรดก เพราะเจ้ามรดกแสดงเจตนาตัดไว้ และสละมรดก ซึ่งทายาทเลือกเอง แต่ละเรื่องทำต่างกันและมีผลต่อลูกหลานของทายาทต่างกัน บทความนี้สรุปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 6 ว่าด้วยมรดก

ถูกกำจัด ถูกตัด และสละมรดก ต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบการถูกกำจัดมิให้รับมรดก การถูกตัดมิให้รับมรดก การสละมรดก และการไม่ขอรับที่ดินบางแปลง

ประเด็น ถูกกำจัดมิให้รับมรดก ถูกตัดมิให้รับมรดก สละมรดก
เกิดจาก ทายาททำผิดตามที่กฎหมายกำหนด เจตนาของเจ้ามรดก เจตนาของทายาทเอง
ทำอย่างไร มีผลตามกฎหมาย พินัยกรรม หรือหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หลังเจ้ามรดกตาย ด้วยหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือสัญญาประนีประนอมยอมความ
ลูกหลานของทายาทคนนั้น สืบมรดกต่อได้ รับมรดกแทนที่ไม่ได้ ได้ส่วนแบ่งแทน ถ้าผู้สละเป็นทายาทโดยธรรม
มาตรา 1605–1607 1608–1609 1612–1619

ทายาทที่ถูกกำจัดมิให้รับมรดก

ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดก (มาตรา 1605) ทายาทที่ยักย้ายหรือปิดบังทรัพย์มรดกโดยฉ้อฉล หรือรู้อยู่ว่าทำให้ทายาทคนอื่นเสียประโยชน์

  • ถ้าทำเท่ากับส่วนที่ตนจะได้หรือมากกว่า จะไม่ได้รับมรดกเลย
  • ถ้าน้อยกว่าส่วนที่ตนจะได้ จะเสียสิทธิเฉพาะทรัพย์ส่วนที่ยักย้ายหรือปิดบังไว้
  • ข้อนี้ไม่ใช้กับผู้รับพินัยกรรมที่ได้รับทรัพย์สินเฉพาะสิ่งเฉพาะอย่าง ในส่วนทรัพย์สินนั้น

ผู้ไม่สมควรรับมรดก (มาตรา 1606) ได้แก่

  1. ผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเจตนาทำหรือพยายามทำให้เจ้ามรดก หรือผู้มีสิทธิรับมรดกก่อนตน ถึงแก่ความตายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
  2. ผู้ที่ฟ้องเจ้ามรดกว่าทำความผิดที่มีโทษประหารชีวิต แล้วตนเองต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิดฐานฟ้องเท็จหรือทำพยานเท็จ
  3. ผู้ที่รู้ว่าเจ้ามรดกถูกฆ่าโดยเจตนา แต่ไม่ร้องเรียนเพื่อให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เว้นแต่อายุยังไม่ครบ 16 ปี เป็นคนวิกลจริตที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบ หรือผู้ฆ่าเป็นคู่สมรส บุพการี หรือผู้สืบสันดานของตนโดยตรง
  4. ผู้ที่ฉ้อฉลหรือข่มขู่ให้เจ้ามรดกทำ เพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงพินัยกรรม หรือไม่ให้ทำเช่นนั้น
  5. ผู้ที่ปลอม ทำลาย หรือปิดบังพินัยกรรม

เจ้ามรดกถอนข้อกำจัดฐานเป็นผู้ไม่สมควรได้ โดยให้อภัยไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

การถูกกำจัดเป็นการเฉพาะตัว ลูกหลานของทายาทที่ถูกกำจัดสืบมรดกต่อได้เหมือนทายาทนั้นตายแล้ว แต่ทายาทที่ถูกกำจัดไม่มีสิทธิจัดการหรือใช้ทรัพย์ที่ลูกหลานได้รับมานั้น (มาตรา 1607)

เจ้ามรดกตัดทายาทไม่ให้รับมรดกได้ 2 วิธี

เจ้ามรดกจะตัดทายาทโดยธรรมคนใดไม่ให้รับมรดกก็ได้ แต่ต้องแสดงเจตนาชัดแจ้ง (มาตรา 1608) โดย

  1. ทำในพินัยกรรม ซึ่งต้องทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด
  2. ทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ คือนายอำเภอ หรือผู้อำนวยการเขตในกรุงเทพฯ

ต้องระบุตัวทายาทที่ถูกตัดให้ชัดเจน และถ้าเจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกทั้งหมดให้ผู้อื่น ทายาทโดยธรรมที่ไม่ได้รับประโยชน์จากพินัยกรรมถือว่าถูกตัดมิให้รับมรดกด้วย

การตัดถอนได้ (มาตรา 1609) ถ้าตัดโดยพินัยกรรม ต้องถอนโดยพินัยกรรมเท่านั้น ถ้าตัดโดยหนังสือที่มอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ จะถอนโดยพินัยกรรมหรือโดยหนังสือแบบเดียวกันก็ได้

ผลที่ต่างจากการถูกกำจัดคือ ลูกหลานของทายาทที่ถูกตัดรับมรดกแทนที่ไม่ได้ เพราะมาตรา 1639 ให้รับมรดกแทนที่เฉพาะเมื่อทายาทตายหรือถูกกำจัดมิให้รับมรดกก่อนเจ้ามรดกตาย ถ้าอยากให้หลานได้รับทรัพย์ ให้ยกให้หลานไว้ในพินัยกรรมโดยตรง

การรับมรดกแทนที่ใช้กับทายาทลำดับผู้สืบสันดาน พี่น้อง และลุง ป้า น้า อา เท่านั้น (มาตรา 1639) และใช้เฉพาะระหว่างทายาทโดยธรรม ไม่ใช้กับผู้รับพินัยกรรม (มาตรา 1642)

สละมรดกต้องทำอย่างไร

  • ทำได้หลังเจ้ามรดกตายเท่านั้น การสละหรือโอนสิทธิที่จะรับมรดกของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ทำไม่ได้ (มาตรา 1619) หนังสือที่ลูกเซ็นสละมรดกไว้ขณะพ่อแม่ยังมีชีวิตจึงไม่ใช่การสละมรดก
  • ทำตามแบบ แสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ (มาตรา 1612) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ในที่นี้คือนายอำเภอหรือผู้อำนวยการเขต ไม่ใช่เจ้าพนักงานที่ดิน (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2538 และ 5895/2538)
  • สละทั้งหมดเท่านั้น สละบางส่วน มีเงื่อนไข หรือมีเงื่อนเวลาไม่ได้ และสละแล้วถอนไม่ได้ (มาตรา 1613)
  • ไม่ระบุว่าให้ใคร การสละมรดกต้องเป็นการสละส่วนของตนโดยไม่เจาะจงว่าให้ทายาทคนใด (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15721/2558)
  • ทายาทผู้เยาว์ คนวิกลจริต หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี และได้รับอนุมัติจากศาลก่อนจึงสละมรดกได้ (มาตรา 1611)

สละแล้ว ส่วนแบ่งตกแก่ใคร

เช็กลิสต์ 6 ข้อก่อนสละมรดก

การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย (มาตรา 1615) ส่วนแบ่งที่สละจะตกแก่

  • ลูกหลานของผู้สละ ถ้าผู้สละเป็นทายาทโดยธรรม ผู้สืบสันดานของผู้สละได้รับส่วนแบ่งเท่ากับที่ผู้สละจะได้ (มาตรา 1615) และผู้สละไม่มีสิทธิจัดการหรือใช้ทรัพย์ส่วนนั้น (มาตรา 1616)
  • ทายาทอื่นของเจ้ามรดก ถ้าผู้สละไม่มีผู้สืบสันดานที่จะรับมรดกได้ หรือผู้สละเป็นผู้รับพินัยกรรม (มาตรา 1618) ผู้รับพินัยกรรมที่สละแล้วและลูกหลานของเขาไม่มีสิทธิในทรัพย์ที่สละนั้นอีก (มาตรา 1617)

ตัวอย่าง คุณพ่อเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม ทิ้งทรัพย์สินส่วนตัวมูลค่ารวม 3 ล้านบาท คุณแม่และปู่ย่าเสียชีวิตไปก่อนแล้ว ทายาทจึงมีลูก 3 คน ได้ส่วนแบ่งมูลค่าคนละ 1 ล้านบาท ลูกคนกลางยื่นหนังสือสละมรดกที่อำเภอ

  • ถ้าลูกคนกลางมีลูก 1 คน หลานคนนั้นได้ส่วน 1 ล้านบาทแทน พี่และน้องได้คนละ 1 ล้านบาทเท่าเดิม
  • ถ้าลูกคนกลางไม่มีลูก ส่วน 1 ล้านบาทนั้นแบ่งให้ทายาทอื่น พี่และน้องได้คนละ 1.5 ล้านบาท

ถ้าพี่น้องเพียงต้องการตกลงกันว่าใครจะได้ทรัพย์ชิ้นใด นั่นคือการแบ่งมรดกระหว่างทายาท ไม่ใช่การสละมรดก

ไม่ขอรับมรดกที่ดินบางแปลง ไม่ใช่การสละมรดก

ตอนโอนมรดกที่ดิน ทายาทมักให้ถ้อยคำที่สำนักงานที่ดินว่าไม่ขอรับมรดกแปลงนั้น และยินยอมให้พี่น้องหรือผู้จัดการมรดกรับไป สิ่งที่ควรรู้คือ

  • เจ้าพนักงานที่ดินไม่ใช่พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 1612 หนังสือที่ทำไว้ที่สำนักงานที่ดินจึงไม่ใช่หนังสือสละมรดก (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1250/2538)
  • ในคดีหนึ่ง ทายาทให้ถ้อยคำที่สำนักงานที่ดินว่าไม่ขอรับมรดกที่ดิน และยินยอมให้ผู้จัดการมรดกรับไปคนเดียว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ใช่การสละมรดก แต่เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างทายาทซึ่งผูกพันผู้ลงชื่อ ทายาทเหล่านั้นจึงเรียกร้องส่วนของตนในที่ดินนั้นภายหลังไม่ได้ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15721/2558)

อ่านบันทึกถ้อยคำให้เข้าใจก่อนลงชื่อ ถ้าตั้งใจสละมรดกทั้งหมดจริง ต้องทำตามแบบในมาตรา 1612

ถ้าเจ้ามรดกเป็นชาวต่างชาติ

ที่ดินและอาคารในไทยใช้กฎหมายมรดกไทย ส่วนสังหาริมทรัพย์ใช้กฎหมายของถิ่นที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาในเวลาที่ตาย (พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 37 และ 38)

ปรึกษาทนายเรื่องมรดก

การสละมรดกถอนไม่ได้ และหนังสือที่ทำผิดแบบใช้ไม่ได้ ก่อนลงชื่อในเอกสารเรื่องมรดกควรให้ทนายตรวจ บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีเพื่อให้ทนายด้านมรดกติดต่อกลับผ่านแชทในระบบ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที