ลูกเกิดแล้ว นอกจากเรื่องเลี้ยงดู สิ่งแรกที่กฎหมายกำหนดให้ทำคือแจ้งเกิด เพื่อให้ลูกได้สูติบัตรและมีชื่อในทะเบียนบ้าน ซึ่งเป็นเอกสารตั้งต้นของเกือบทุกเรื่องในชีวิต ตั้งแต่ทำบัตรประชาชน เข้าเรียน ไปจนถึงรับมรดก บทความนี้สรุปหลักตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 และพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ให้เข้าใจง่าย

ต้องแจ้งเกิดภายในกี่วัน และใครเป็นผู้แจ้ง

มาตรา 18 กำหนดให้แจ้งเกิดภายใน 15 วันนับแต่วันเกิด โดยแยกเป็น 2 กรณี

  • เกิดในบ้าน เจ้าบ้านหรือบิดาหรือมารดาเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เด็กเกิด
  • เกิดนอกบ้าน บิดาหรือมารดาเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่ที่เด็กเกิด หรือท้องที่ที่แจ้งได้ ถ้ามีเหตุจำเป็นแจ้งภายใน 15 วันไม่ได้ ให้แจ้งภายหลังได้ แต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันเกิด

ผู้แจ้งต้องแจ้งชื่อเด็กด้วย จึงควรตั้งชื่อลูกไว้ก่อนไปแจ้ง นายทะเบียนคือสำนักทะเบียนอำเภอ สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร หรือสำนักทะเบียนท้องถิ่น เช่น เทศบาล

ถ้าครอบครัวมีทะเบียนบ้านอยู่คนละท้องที่กับที่เด็กเกิด กฎหมายเปิดให้แจ้งเกิดต่อนายทะเบียนท้องที่อื่นได้ (มาตรา 18 วรรคท้าย) เช่น แจ้งที่สำนักทะเบียนที่พ่อแม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน กรมการปกครองกำหนดค่าธรรมเนียมการแจ้งเกิดต่างท้องที่ไว้ 20 บาท

เอกสารที่ต้องใช้

  • หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) ที่โรงพยาบาลหรือผู้ทำคลอดออกให้ กฎหมายกำหนดให้ผู้ทำคลอดต้องออกหนังสือนี้ (มาตรา 23)
  • สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ของบ้านที่จะให้ลูกมีชื่อ
  • บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง และของพ่อแม่ ถ้ามี

ถ้าพ่อหรือแม่เป็นชาวต่างชาติ ให้เตรียมหนังสือเดินทางไปด้วย และเอกสารภาษาต่างประเทศต้องมีคำแปลภาษาไทยที่รับรองแล้ว

ขั้นตอนแจ้งเกิด

ขั้นตอนแจ้งเกิด 4 ขั้น ตั้งแต่รับหนังสือรับรองการเกิดจนถึงได้สูติบัตรและชื่อในทะเบียนบ้าน

  1. รับหนังสือรับรองการเกิด จากโรงพยาบาลที่คลอด ตรวจชื่อพ่อแม่ วันเวลาเกิดให้ถูกต้อง
  2. ตั้งชื่อลูกและเตรียมเอกสาร ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน และบัตรประชาชน
  3. ยื่นต่อนายทะเบียนภายใน 15 วัน นายทะเบียนตรวจเอกสาร บันทึกการเกิดลงในสูติบัตร และเพิ่มชื่อเด็กในทะเบียนบ้าน
  4. รับสูติบัตรและทะเบียนบ้าน นายทะเบียนมอบสูติบัตรตอนที่ 1 ให้ผู้แจ้งพร้อมทะเบียนบ้าน (มาตรา 20) เก็บสูติบัตรตัวจริงไว้ให้ดี เพราะต้องใช้อีกหลายครั้ง

แจ้งเกิดเกินกำหนดทำอย่างไร

การไม่แจ้งเกิดภายในเวลาที่มาตรา 18 กำหนด มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท (มาตรา 47) แต่ยังแจ้งเกิดได้ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะยิ่งช้า การพิสูจน์ตัวเด็กยิ่งยาก

เอกสารสำหรับแจ้งเกิดเกินกำหนดตามคู่มือของกรมการปกครอง

  • สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
  • บัตรประชาชนของผู้แจ้ง และของพ่อแม่ ถ้ามี
  • พยานบุคคลพร้อมบัตรประชาชน
  • รูปถ่ายเด็ก 1 รูป ถ้าเด็กอายุเกิน 7 ปี
  • หนังสือรับรองการเกิด ถ้ามี

นายทะเบียนจะเปรียบเทียบปรับ สอบสวนผู้แจ้งและพ่อแม่ถึงเหตุที่แจ้งช้า แล้วเสนอนายอำเภออนุมัติ ก่อนออกสูติบัตรและเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน ถ้าแจ้งเกินกำหนดต่างท้องที่ ต้องมีหนังสือรับรองการเกิดและพยานที่รับรองความเป็นพ่อแม่ลูกอย่างน้อย 2 คน ถ้าไม่มีหนังสือรับรองการเกิด ใช้ผลตรวจ DNA จากหน่วยงานที่เชื่อถือได้แทน

คนสัญชาติไทยที่โตแล้วแต่ไม่เคยถูกแจ้งเกิด ร้องขอแจ้งเกิดด้วยตนเองได้ (มาตรา 19/3) ถ้ายังเป็นผู้เยาว์ พ่อแม่หรือผู้ปกครองเป็นผู้แจ้ง และถ้าพ่อแม่เป็นผู้แจ้ง ต้องชำระค่าปรับก่อน

ลูกได้สัญชาติไทยหรือไม่

สัญชาติของลูกใน 4 กรณี พ่อหรือแม่เป็นคนไทย พ่อไทยไม่ได้จดทะเบียนสมรส พ่อแม่ต่างชาติ และเกิดต่างประเทศ

พระราชบัญญัติสัญชาติ มาตรา 7 (1) กำหนดให้ผู้ที่บิดาหรือมารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย ได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ไม่ว่าจะเกิดในหรือนอกประเทศไทย ลูกของคู่สมรสไทยกับชาวต่างชาติจึงเป็นคนไทยตั้งแต่เกิด แม้จะได้สัญชาติของพ่อหรือแม่อีกฝ่ายด้วยก็ตาม

กรณี ผล
แม่เป็นคนไทย ลูกได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
พ่อเป็นคนไทย และจดทะเบียนสมรสกับแม่ ลูกได้สัญชาติไทยโดยการเกิด
พ่อเป็นคนไทย แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แม่เป็นชาวต่างชาติ ต้องยื่นคำขอพิสูจน์ความเป็นบิดาซึ่งมีสัญชาติไทย ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2553
เกิดในไทย พ่อและแม่เป็นชาวต่างชาติที่อยู่ชั่วคราว ได้รับผ่อนผัน หรือเข้าเมืองผิดกฎหมาย ไม่ได้สัญชาติไทย (มาตรา 7 ทวิ)

เด็กที่ไม่ได้สัญชาติไทยก็ต้องแจ้งเกิดเช่นกัน นายทะเบียนจะออกสูติบัตรตามแบบที่อธิบดีกรมการปกครองกำหนด (มาตรา 20 วรรคสอง) พ่อแม่จึงนำสูติบัตรนั้นไปดำเนินการเรื่องสัญชาติและหนังสือเดินทางของเด็กกับสถานทูตของประเทศตน

ลูกเกิดต่างประเทศ

ถ้าพ่อหรือแม่เป็นคนไทยและลูกเกิดในต่างประเทศ ให้แจ้งเกิดที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้น โดยใช้ใบเกิดของประเทศที่เด็กเกิด ทะเบียนสมรส และเอกสารของพ่อแม่ ซึ่งรายการเอกสารต่างกันไปตามแต่ละสถานทูต จึงควรดูรายการล่าสุดของสถานทูตที่จะยื่น เมื่อได้สูติบัตรไทยแล้ว นำมาเพิ่มชื่อลูกในทะเบียนบ้านที่สำนักทะเบียนในไทย

ตัวอย่าง

คุณนิด คนไทย จดทะเบียนสมรสกับ Mr. Tom ชาวอังกฤษ คลอดลูกที่โรงพยาบาลในเชียงใหม่ วันที่ 1 มีนาคม ทั้งคู่ต้องแจ้งเกิดภายในวันที่ 15 มีนาคม ที่สำนักทะเบียนท้องที่ที่เกิด หรือที่สำนักทะเบียนที่คุณนิดมีชื่อในทะเบียนบ้าน (ค่าธรรมเนียมต่างท้องที่ 20 บาท) โดยนำหนังสือรับรองการเกิดของโรงพยาบาล ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน บัตรประชาชนคุณนิด และหนังสือเดินทางของ Mr. Tom ไปด้วย ลูกได้สัญชาติไทยโดยการเกิดตามมาตรา 7 (1) เพราะแม่เป็นคนไทย และมีชื่อในทะเบียนบ้านของคุณนิด

ปรึกษาทนายเรื่องแจ้งเกิดและสัญชาติ

บางกรณีซับซ้อนกว่าที่คิด เช่น แจ้งเกิดช้าหลายปีโดยไม่มีหนังสือรับรองการเกิด พ่อไทยที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสต้องการให้ลูกมีชื่อเป็นบุตร หรือข้อมูลในสูติบัตรผิดพลาด บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรี ทนายที่สนใจจะตอบกลับในแชตของแพลตฟอร์ม หรือค้นหาทนายด้านครอบครัวตามจังหวัดและภาษาที่ต้องการได้ทันที