ได้รับหมายเรียกจากสถานีตำรวจ หรือถูกเจ้าหน้าที่จับกุมโดยไม่ทันตั้งตัว เป็นช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ตกใจและไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิอะไรบ้าง ทั้งที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) วางหลักคุ้มครองผู้ถูกจับและผู้ต้องหาไว้ชัดเจน บทความนี้สรุปสิทธิสำคัญ ระยะเวลาที่ตำรวจควบคุมตัวได้ และการขอประกันตัว ให้เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง

หมายเรียกกับหมายจับต่างกันอย่างไร

หมายเรียกคือหนังสือที่พนักงานสอบสวนเรียกให้ไปพบตามวันเวลาที่กำหนด เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาหรือให้ถ้อยคำ ยังไม่ใช่การจับ ถ้าวันนัดไม่สะดวก ควรติดต่อพนักงานสอบสวนตามเลขที่ระบุในหมายเพื่อขอเลื่อนล่วงหน้า และควรพาทนายความไปด้วยในวันนัด

สิ่งที่ไม่ควรทำคือเพิกเฉย เพราะมาตรา 66 ให้สันนิษฐานว่าผู้ที่ไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควรจะหลบหนี ซึ่งเป็นเหตุให้ขอศาลออกหมายจับได้ หมายจับคือคำสั่งของศาลที่ให้เจ้าหน้าที่จับตัวบุคคลได้

เมื่อถูกจับ เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งอะไรบ้าง

ตามมาตรา 83 ผู้จับต้องแจ้งแก่ผู้ถูกจับว่าเขาต้องถูกจับ แจ้งข้อกล่าวหา และถ้ามีหมายจับต้องแสดงหมายนั้น พร้อมแจ้งว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้ และถ้อยคำของผู้ถูกจับอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ จากนั้นต้องนำตัวไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนโดยทันที (มาตรา 84)

สิ่งที่ควรทำในนาทีนั้นคือ ตั้งสติ ไม่ขัดขืน ไม่โต้เถียง ขอดูหมายจับและจำชื่อหรือหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ไว้

สิทธิ 5 ข้อของผู้ถูกจับและผู้ต้องหา

มาตรา 7/1 ให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขังมีสิทธิดังนี้

  1. แจ้งญาติหรือคนที่ไว้วางใจ ให้ทราบว่าถูกจับและถูกควบคุมอยู่ที่ใด ในโอกาสแรก
  2. พบและปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัว
  3. ให้ทนายความหรือคนที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำในชั้นสอบสวน
  4. ได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร
  5. ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเจ็บป่วย

เจ้าหน้าที่ที่รับตัวผู้ถูกจับมีหน้าที่แจ้งสิทธิเหล่านี้ให้ทราบในโอกาสแรก

การ์ดสรุปสิทธิ 6 ข้อของผู้ถูกจับและผู้ต้องหา ตั้งแต่แจ้งญาติจนถึงการรักษาพยาบาล

สิทธิที่จะไม่ให้การ

ก่อนเริ่มถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งผู้ต้องหาว่ามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าให้การ ถ้อยคำนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ และมีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำ (มาตรา 134/4 และ 134/3) ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้ไว้ก่อนได้รับแจ้งสิทธิเหล่านี้ ใช้เป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้

มาตรา 135 ยังห้ามพนักงานสอบสวนให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือทรมาน เพื่อจูงใจให้ผู้ต้องหาให้การ

ในทางปฏิบัติ ถ้ายังไม่ได้ปรึกษาทนาย ผู้ต้องหาอาจแจ้งว่า "ขอให้การในชั้นศาล" หรือขอให้การภายหลังเมื่อทนายมาถึงก็ได้ และก่อนลงชื่อในบันทึกใด ๆ ควรอ่านให้ครบ ถ้าข้อความไม่ตรงกับที่พูดให้ขอแก้ก่อน

ไม่มีทนาย รัฐจัดหาให้ได้

ตามมาตรา 134/1 ก่อนเริ่มถามคำให้การ พนักงานสอบสวนต้องถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ดังนี้

ประเภทคดี ถ้าไม่มีทนาย
คดีที่มีอัตราโทษประหารชีวิต รัฐจัดหาทนายให้
ผู้ต้องหาอายุไม่เกิน 18 ปีในวันที่แจ้งข้อหา รัฐจัดหาทนายให้
คดีที่มีอัตราโทษจำคุก ถ้าผู้ต้องหาต้องการทนาย รัฐจัดหาให้

ดังนั้นแม้ไม่มีเงินจ้างทนาย ก็ไม่ควรให้การโดยไม่มีทนายเพียงเพราะคิดว่าไม่มีทางเลือก

ตำรวจควบคุมตัวได้นานแค่ไหน

ผู้ถูกจับต้องไม่ถูกควบคุมไว้เกินกว่าที่จำเป็น และโดยหลักต้องนำตัวไปศาลภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่ผู้ถูกจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน (มาตรา 87) ถ้าการสอบสวนยังไม่เสร็จและจำเป็นต้องขังต่อ พนักงานสอบสวนหรืออัยการต้องยื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาล ซึ่งศาลจะอนุญาตได้ไม่เกินเพดานตามอัตราโทษ

อัตราโทษจำคุกอย่างสูง ฝากขังได้
ไม่เกิน 6 เดือน ครั้งเดียว ไม่เกิน 7 วัน
เกิน 6 เดือน แต่ไม่ถึง 10 ปี ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมไม่เกิน 48 วัน
10 ปีขึ้นไป ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมไม่เกิน 84 วัน

ตัวอย่าง: นายเอถูกจับเมื่อวันจันทร์ และถูกนำตัวถึงสถานีตำรวจเวลา 23.00 น. ตำรวจต้องนำตัวไปศาลภายในวันพุธเวลา 23.00 น. ถ้าคดีมีโทษจำคุกอย่างสูง 5 ปี และตำรวจขอฝากขัง ศาลอนุญาตได้ครั้งละไม่เกิน 12 วัน รวมทุกครั้งไม่เกิน 48 วัน ระหว่างนั้นนายเอยังขอประกันตัวได้ตลอด

ขั้นตอนตั้งแต่ถูกจับจนถึงศาลและการขอประกันตัว 5 ขั้น

การขอประกันตัว (ปล่อยชั่วคราว)

ผู้ต้องหาหรือญาติยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ทั้งต่อพนักงานสอบสวนระหว่างควบคุมตัว และต่อศาลเมื่อถูกฝากขัง การไม่ให้ประกันทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อตามมาตรา 108/1 เช่น จะหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น

การปล่อยชั่วคราวมีหลายแบบ ตั้งแต่ไม่มีประกัน มีประกันอย่างเดียว ไปจนถึงมีประกันและหลักประกัน เช่น เงินสด โฉนดที่ดิน หรือบุคคลเป็นหลักประกัน

ถ้าไม่มีเงินวางหลักประกันหรือไม่มีเงินจ้างทนาย ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ยื่นขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดหรือสำนักงานกองทุนยุติธรรม ซึ่งช่วยทั้งค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว

ชาวต่างชาติที่ถูกจับในไทย

ชาวต่างชาติมีสิทธิตามกฎหมายเดียวกันทุกประการ ถ้าไม่เข้าใจภาษาไทย พนักงานสอบสวนและศาลต้องจัดหาล่าม (มาตรา 13) จึงไม่ควรลงชื่อในเอกสารภาษาไทยที่อ่านไม่ออก และควรมีทนายตั้งแต่ต้น

สรุปสิ่งที่ควรทำ

  1. ได้หมายเรียก ติดต่อพนักงานสอบสวน นัดวันให้ชัด และไปพร้อมทนาย
  2. ถูกจับ ขอดูหมายจับ ไม่ขัดขืน ขอแจ้งญาติทันที
  3. ก่อนให้การ ขอพบทนายเป็นการส่วนตัว ถ้าไม่มีให้ขอทนายที่รัฐจัดให้
  4. ก่อนลงชื่อ อ่านบันทึกทุกหน้า ขอแก้ข้อความที่ไม่ตรง
  5. เตรียมประกันตัว ให้ญาติรวบรวมเอกสารและหลักประกันไว้ล่วงหน้า

ปรึกษาทนายคดีอาญา

ยิ่งมีทนายเร็วเท่าไร ยิ่งปกป้องสิทธิได้ดีเท่านั้น บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีเพื่อให้ทนายคดีอาญาที่สนใจติดต่อกลับผ่านแชทในระบบ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัด พร้อมดูสถานะการยืนยันตัวตนของทนายได้ทันที