เมื่อรู้ตัวว่าโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว ทุกนาทีมีค่า เงินที่เข้าบัญชีม้ามักถูกโอนต่อเป็นทอด ๆ ในเวลาไม่นาน ยิ่งแจ้งระงับได้เร็ว โอกาสที่เงินจะยังค้างอยู่ในระบบก็ยิ่งสูง ต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรทำตามลำดับ

1. โทรหาธนาคารหรือสายด่วน 1441 ทันที
โทรหาศูนย์บริการลูกค้าของธนาคารที่คุณใช้โอนเงิน ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งว่าถูกหลอกให้โอนเงินและขอให้ระงับธุรกรรมของบัญชีปลายทาง เตรียมข้อมูลให้พร้อม ได้แก่ เลขบัญชีและชื่อบัญชีปลายทาง จำนวนเงิน วันและเวลาที่โอน แล้วจดเลขรับเรื่องที่ธนาคารให้ไว้
หากติดต่อธนาคารไม่ได้ หรือเงินถูกโอนไปหลายธนาคาร โทร 1441 ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (AOC) ที่ประสานการระงับบัญชีกับธนาคารและตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2. แจ้งความภายใน 72 ชั่วโมง
ตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เมื่อผู้เสียหายแจ้ง ธนาคารจะระงับธุรกรรมไว้เป็นการชั่วคราว และผู้เสียหายต้องไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนภายใน 72 ชั่วโมง ถ้าไม่ได้แจ้งความ การระงับอาจถูกยกเลิกและเงินอาจถูกถอนออกไป
แจ้งความได้ 2 ช่องทาง
- ออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th ระบบรับแจ้งความออนไลน์ของตำรวจ ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ที่สถานีตำรวจ
เลือกช่องทางเดียวก็พอ เพื่อไม่ให้เรื่องซ้ำซ้อน และเก็บเลขรับแจ้งความไว้ใช้ติดตามคดีและยื่นต่อธนาคาร
3. เก็บหลักฐานให้ครบก่อนจะหายไป
มิจฉาชีพมักลบแชทหรือปิดบัญชีโซเชียลทันทีที่ได้เงิน ให้บันทึกภาพหน้าจอและข้อมูลต่อไปนี้ไว้ทันที

- สลิปหรือหลักฐานการโอนเงินทุกรายการ
- เลขบัญชี ชื่อบัญชี และธนาคารปลายทาง
- แชท ข้อความ อีเมล และลิงก์ที่ได้รับ (คัดลอก URL เก็บไว้ด้วย ไม่ใช่แค่ภาพหน้าจอ)
- เบอร์โทรศัพท์ ไอดีไลน์ ชื่อผู้ใช้ และหน้าโปรไฟล์ของคนร้าย
- หน้าโฆษณา เพจ เว็บไซต์ หรือแอปที่ใช้หลอก
- ลำดับเหตุการณ์พร้อมวันและเวลา เขียนไว้ตอนที่ยังจำได้ชัด
4. ตัดการเข้าถึง และระวังมิจฉาชีพซ้ำสอง
- ถ้าเคยติดตั้งแอปตามที่คนร้ายบอก หรือให้รหัสผ่านหรือ OTP ไป ให้ถอนแอป เปลี่ยนรหัสผ่านธนาคารและอีเมล และขอให้ธนาคารตรวจสอบบัญชีของคุณด้วย
- ห้ามโอนเงินเพิ่มไม่ว่าด้วยเหตุผลใด เช่น "ค่าธรรมเนียมปลดล็อกเงิน" หรือ "ภาษีก่อนถอน"
- ระวังคนที่ติดต่อมาอ้างว่าเป็นตำรวจ ทนาย หรือหน่วยงานที่ "ตามเงินคืนได้" แล้วเรียกเก็บเงินล่วงหน้า นี่คือกลโกงที่ซ้ำเติมผู้เสียหายบ่อยที่สุด การแจ้งความกับตำรวจไม่มีค่าใช้จ่าย
5. ปรึกษาทนายเพื่อวางแผนเรียกเงินคืน
การระงับบัญชีช่วยหยุดเงินไม่ให้ไหลต่อ แต่การได้เงินคืนยังมีอีกหลายขั้นตอน ทนายช่วยประเมินได้ว่าทางไหนเหมาะกับกรณีของคุณ
- คดีอาญา การหลอกลวงออนไลน์มักเข้าข่ายฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 และอาจผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) ด้วย ความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 เป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ
- เรียกเงินคืนในคดีอาญา เมื่อพนักงานอัยการฟ้องคดี ผู้เสียหายขอให้อัยการเรียกทรัพย์หรือราคาทรัพย์คืนแทนได้ หรือยื่นคำร้องขอค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญาเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1
- คดีแพ่ง ฟ้องเรียกเงินคืนจากผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจรวมถึงเจ้าของบัญชีที่รับเงิน การเปิดบัญชีหรือยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีของตน (บัญชีม้า) ก็เป็นความผิดตามพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน
ทนายที่ดีจะอธิบายโอกาสและค่าใช้จ่ายของแต่ละทางอย่างตรงไปตรงมา และจะไม่รับประกันว่าได้เงินคืนแน่นอน
หาทนายด้านคดีฉ้อโกงออนไลน์
บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเหตุการณ์ได้ฟรี ทนายที่สนใจจะติดต่อกลับทางแชทในระบบ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที