เมื่อคนในครอบครัวถูกจับหรือถูกฝากขัง คำถามแรกของญาติแทบทุกคนคือ "ประกันตัวได้ไหม" ในกฎหมายเรียกเรื่องนี้ว่า การปล่อยชั่วคราว อยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 106 ถึงมาตรา 119 ทวิ หลักตั้งต้นของกฎหมายคือผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว และเจ้าพนักงานหรือศาลต้องรีบสั่งคำร้องโดยเร็ว (มาตรา 107)
บทความนี้สรุปว่าใครยื่นได้ ยื่นที่ไหนในแต่ละชั้นของคดี ปล่อยชั่วคราวมีกี่แบบ ใช้อะไรเป็นหลักประกัน และถ้าไม่ได้รับอนุญาตจะทำอะไรต่อได้
ใครยื่นคำร้องขอประกันตัวได้
มาตรา 106 ให้ผู้ต่อไปนี้ยื่นคำร้องได้
- ผู้ต้องหา (ยังไม่ถูกฟ้อง) หรือจำเลย (ถูกฟ้องแล้ว) ยื่นเอง
- ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง เช่น พ่อแม่ คู่สมรส ลูก หรือญาติที่เดือดร้อนจากการที่ผู้นั้นถูกควบคุม
ยื่นได้ไม่ว่าผู้นั้นจะถูกควบคุมโดยตำรวจหรือถูกขังตามหมายศาลแล้ว
ยื่นที่ไหน: ตำรวจ อัยการ หรือศาล

ที่ยื่นขึ้นอยู่กับว่าคดีอยู่ชั้นไหน (มาตรา 106)
- ยังไม่ฟ้อง และถูกควบคุมอยู่ที่สถานีตำรวจ ยื่นต่อพนักงานสอบสวน หรือต่อพนักงานอัยการเมื่อสำนวนไปถึงอัยการแล้ว
- ยังไม่ฟ้อง แต่ศาลออกหมายขัง (ฝากขัง) ยื่นต่อศาลที่ออกหมายขัง
- ถูกฟ้องแล้ว ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่พิจารณาคดี
- ศาลอ่านคำพิพากษาแล้ว ยื่นต่อศาลชั้นต้นได้ ถ้าศาลชั้นต้นเห็นไม่ควรปล่อย จะส่งคำร้องไปให้ศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาสั่ง
- สำนวนขึ้นไปศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้ว ยื่นต่อศาลชั้นต้นหรือศาลที่รับสำนวนไปก็ได้
การปล่อยชั่วคราวโดยพนักงานสอบสวนหรืออัยการมีระยะเวลาจำกัด คือไม่เกิน 3 เดือนนับแต่วันแรกที่ปล่อย ถ้ามีเหตุจำเป็นที่สอบสวนไม่เสร็จ ขยายได้แต่รวมแล้วไม่เกิน 6 เดือน (มาตรา 113) ถ้าวางเงินสดหรือหลักทรัพย์ไว้ในชั้นสอบสวนและยังไม่ได้คืน ขอให้อัยการหรือศาลใช้หลักประกันเดิมต่อได้ ไม่ต้องหามาวางใหม่ (มาตรา 113/1)
ตัวอย่าง พนักงานสอบสวนปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาโดยมีหลักประกันเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ การปล่อยนี้ใช้ได้ไม่เกิน 3 เดือน คือถึงต้นเดือนพฤษภาคม ถ้าสอบสวนไม่เสร็จเพราะมีเหตุจำเป็นอาจขยายได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 6 เดือน คือต้นเดือนสิงหาคม ถ้ายังต้องควบคุมตัวต่อ ต้องนำตัวไปศาลเพื่อขอฝากขัง แล้วจึงยื่นขอประกันต่อศาลแทน
ปล่อยชั่วคราวมี 3 แบบ

| แบบ | หมายความว่า |
|---|---|
| ไม่มีประกัน | ปล่อยตัวโดยให้สาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัด (มาตรา 111) |
| มีประกัน | ทำสัญญาประกันว่าจะมาตามนัด ถ้าผิดนัดต้องใช้เงินตามสัญญา |
| มีประกันและหลักประกัน | ทำสัญญาประกันและวางหลักประกันไว้ด้วย |
คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 10 ปี ผู้ที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวต้องมีประกัน ส่วนคดีอื่นจะปล่อยแบบใดก็ได้ และกฎหมายห้ามเรียกประกันหรือหลักประกันจนเกินควรแก่กรณี (มาตรา 110)
หลักประกันใช้อะไรได้บ้าง
มาตรา 114 กำหนดหลักประกันไว้ 3 ชนิด
- เงินสด วางต่อเจ้าพนักงานหรือศาล
- หลักทรัพย์อื่น เช่น โฉนดที่ดิน
- บุคคลเป็นหลักประกัน โดยผู้นั้นต้องแสดงหลักทรัพย์ของตน
นอกจากนี้ เมื่อผู้ถูกปล่อยยินยอม เจ้าพนักงานหรือศาลอาจสั่งให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น กำไล EM เพื่อติดตามหรือจำกัดการเดินทาง และอาจกำหนดเงื่อนไขอื่น เช่น ให้อยู่ในที่ที่กำหนด (มาตรา 108) สำหรับผู้ที่อายุไม่เกิน 18 ปี จะใช้อุปกรณ์ได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควร เช่น อาจก่ออันตรายร้ายแรงต่อผู้อื่น
ถ้าต่อมาปรากฏว่าวงเงินประกันต่ำไปหรือหลักประกันไม่พอ เจ้าพนักงานหรือศาลสั่งเพิ่มได้ (มาตรา 115)
ศาลดูอะไรก่อนสั่ง และไม่ให้ประกันได้เมื่อไร
มาตรา 108 ให้พิจารณาประกอบกัน เช่น ข้อหาหนักเบาเพียงใด พยานหลักฐานมีแค่ไหน พฤติการณ์แห่งคดี ผู้ขอประกันและหลักประกันเชื่อถือได้เพียงใด ผู้ต้องหาน่าจะหลบหนีหรือไม่ และการปล่อยจะเกิดอันตรายหรือความเสียหายเพียงใด รวมทั้งคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน อัยการ โจทก์ หรือผู้เสียหาย
ส่วนการไม่ให้ปล่อยชั่วคราว ทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่งใน 5 ข้อของมาตรา 108/1
- จะหลบหนี
- จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
- จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
- ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันเชื่อถือไม่ได้
- การปล่อยจะเป็นอุปสรรคหรือก่อความเสียหายต่อการสอบสวนหรือการดำเนินคดีในศาล
คำสั่งไม่ให้ประกันต้องแสดงเหตุผล และต้องแจ้งเหตุผลให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยและผู้ยื่นคำร้องทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว
ถ้าไม่ได้ประกัน ทำอะไรต่อได้
- ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ เช่น เพิ่มหลักประกัน เปลี่ยนผู้ขอประกัน หรือยอมรับเงื่อนไขอย่างกำไล EM โดยแก้จุดที่ศาลให้เป็นเหตุผลในคำสั่ง
- อุทธรณ์คำสั่ง ตามมาตรา 119 ทวิ คำสั่งของศาลชั้นต้นอุทธรณ์ไปศาลอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์อุทธรณ์ไปศาลฎีกา โดยยื่นที่ศาลชั้นต้น ซึ่งต้องรีบส่งคำร้องไป ถ้าศาลอุทธรณ์สั่งยืนตามศาลชั้นต้นที่ไม่ให้ประกัน คำสั่งนั้นเป็นที่สุด แต่ยังยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ได้
ถ้าไม่มีเงินวางหลักประกันหรือจ้างทนาย ผู้ที่เข้าเกณฑ์ยื่นขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมได้ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดหรือสำนักงานกองทุนยุติธรรม ซึ่งช่วยทั้งค่าทนายความ ค่าธรรมเนียม และหลักประกันในการปล่อยชั่วคราว
ญาติที่เป็นผู้ประกันต้องรู้อะไร
ผู้ที่ลงชื่อในสัญญาประกันรับผิดชอบจริง ถ้าผู้ถูกปล่อยหลบหนีหรือไม่มาตามนัด
- ศาลสั่งบังคับตามสัญญาประกันได้เลยโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ และยึดหลักประกันหรือทรัพย์สินของผู้ประกันได้ (มาตรา 119)
- ศาลอาจงดหรือลดจำนวนเงินได้ โดยดูว่าผู้ประกันพยายามติดตามตัวผู้หลบหนีมาเพียงใด และความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
- ถ้าเห็นผู้ถูกปล่อยกำลังจะหลบหนี ผู้ประกันขอให้ตำรวจหรือฝ่ายปกครองที่ใกล้ที่สุดจับได้ ถ้าขอไม่ทันจะจับเองแล้วส่งเจ้าพนักงานก็ได้ (มาตรา 117)
- ถ้ากำไล EM ถูกทำลายหรือใช้การไม่ได้ กฎหมายสันนิษฐานว่าผู้นั้นหลบหนีหรือจะหลบหนี
ก่อนลงชื่อเป็นผู้ประกัน จึงควรมั่นใจว่าผู้ถูกปล่อยจะมาศาลตามนัดทุกครั้ง และเก็บใบนัดไว้ให้ดี
สิ่งที่ควรเตรียม
- รู้ว่าคดีอยู่ชั้นไหน และผู้ต้องหาถูกควบคุมที่ใด เพื่อยื่นให้ถูกที่
- ข้อหาและเลขคดี เพื่อดูว่าโทษสูงสุดเกิน 10 ปีหรือไม่
- หลักประกันที่หาได้ เช่น เงินสด โฉนดตัวจริง หรือบุคคลที่จะมาเป็นหลักประกัน
- ข้อเท็จจริงที่แสดงว่าจะไม่หลบหนี เช่น ที่อยู่แน่นอน ครอบครัว งานประจำ
- ถ้าเคยถูกปฏิเสธ อ่านเหตุผลในคำสั่งแล้วเตรียมแก้ให้ตรงจุด
ปรึกษาทนายคดีอาญา
คำร้องขอประกันที่เขียนดีและหลักประกันที่เหมาะสมช่วยให้ได้รับการปล่อยตัวเร็วขึ้น บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรี ทนายที่สนใจจะตอบกลับในแชตของแพลตฟอร์ม หรือค้นหาทนายคดีอาญาตามจังหวัดและภาษาที่ต้องการ ดูตราการยืนยันตัวตนก่อนเลือกได้