การรับบุตรบุญธรรมทำให้คนที่ไม่ได้เป็นพ่อแม่ลูกกันโดยกำเนิด มีฐานะเป็นพ่อแม่ลูกกันตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการรับเด็กกำพร้า รับลูกของญาติ รับลูกติดของคู่สมรส หรือรับผู้ใหญ่ที่ดูแลกันมานานเป็นบุตรบุญธรรม แต่กฎหมายวางเงื่อนไขไว้หลายข้อเพื่อคุ้มครองเด็ก และการรับบุตรบุญธรรมจะมีผลก็ต่อเมื่อจดทะเบียนแล้วเท่านั้น บทความนี้สรุปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/19 ถึง 1598/37 และพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522

ใครรับบุตรบุญธรรมได้

ผู้รับบุตรบุญธรรมต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และต้องแก่กว่าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อย 15 ปี (มาตรา 1598/19) เช่น คนอายุ 40 ปีรับคนที่อายุไม่เกิน 25 ปีเป็นบุตรบุญธรรมได้

กฎหมายไม่ได้บังคับว่าผู้รับต้องแต่งงานแล้ว คนโสดก็รับบุตรบุญธรรมได้ แต่ถ้าเป็นการรับเด็ก (ผู้เยาว์) เจ้าหน้าที่จะพิจารณาความพร้อมด้านอื่นด้วย เช่น สุขภาพ รายได้ ที่อยู่อาศัย เวลาดูแลเด็ก และประวัติอาชญากรรม

ต้องได้ความยินยอมจากใครบ้าง

สรุปเงื่อนไขก่อนรับบุตรบุญธรรม: อายุผู้รับ ความต่างของอายุ ความยินยอมของเด็ก พ่อแม่ และคู่สมรส

  • ตัวผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม ถ้าอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ต้องให้ความยินยอมเองด้วย (มาตรา 1598/20)
  • บิดาและมารดาของเด็ก การรับผู้เยาว์ต้องได้ความยินยอมจากทั้งพ่อและแม่ ถ้าคนหนึ่งตายหรือถูกถอนอำนาจปกครอง ใช้ความยินยอมของอีกคนที่ยังมีอำนาจปกครอง (มาตรา 1598/21)
  • เมื่อไม่มีใครให้ความยินยอมได้ หรือพ่อแม่ไม่ยอมโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรและเป็นผลร้ายต่อเด็ก พ่อหรือแม่ ผู้ขอรับ หรืออัยการ ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตแทนได้ (มาตรา 1598/21)
  • เด็กที่ถูกทอดทิ้งและอยู่ในสถานสงเคราะห์ สถานสงเคราะห์เด็กเป็นผู้ให้ความยินยอมแทนพ่อแม่ (มาตรา 1598/22)
  • คู่สมรส ถ้าผู้รับหรือผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมมีคู่สมรส ต้องได้ความยินยอมจากคู่สมรสก่อน ถ้าคู่สมรสให้ความยินยอมไม่ได้ หรือหายไปหาตัวไม่พบไม่น้อยกว่า 1 ปี ต้องขอให้ศาลสั่งอนุญาตแทน (มาตรา 1598/25)

ผู้เยาว์ที่เป็นบุตรบุญธรรมของคนหนึ่งอยู่แล้ว จะเป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นอีกในเวลาเดียวกันไม่ได้ เว้นแต่เป็นบุตรบุญธรรมของคู่สมรสของผู้รับเดิม โดยผู้รับเดิมต้องยินยอม (มาตรา 1598/26)

ตั้งแต่กฎหมายสมรสเท่าเทียมใช้บังคับในเดือนมกราคม 2568 คู่สมรสเพศเดียวกันที่จดทะเบียนสมรสแล้วก็รับบุตรบุญธรรมร่วมกันได้เช่นเดียวกับคู่สมรสชายหญิง

รับเด็กกับรับผู้ใหญ่ ขั้นตอนต่างกัน

การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรมยังเป็นผู้เยาว์ ต้องทำตามกฎหมายว่าด้วยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมให้ครบก่อน (มาตรา 1598/27)

เรื่อง รับผู้เยาว์ รับผู้บรรลุนิติภาวะ
ยื่นเรื่องที่ กทม.: ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม กรมกิจการเด็กและเยาวชน / จังหวัดอื่น: สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สำนักทะเบียนเขตหรืออำเภอโดยตรง
ทดลองเลี้ยงดู ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ เว้นแต่กรณีที่กฎหมายยกเว้น ไม่ต้อง
ผู้อนุมัติ คณะกรรมการการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ไม่ต้องขออนุมัติ
จดทะเบียน เขตหรืออำเภอ พร้อมหนังสืออนุมัติ เขตหรืออำเภอ
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ไม่มี ไม่มี

ขั้นตอนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

ขั้นตอนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม 5 ขั้น ตั้งแต่ยื่นคำขอจนจดทะเบียน

  1. ยื่นคำขอ ที่ศูนย์อำนวยการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม (กรุงเทพฯ) หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดที่มีภูมิลำเนา เอกสารหลัก ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรสหรือทะเบียนหย่า ใบรับรองแพทย์ ผลตรวจประวัติอาชญากรรม รูปถ่าย และสูติบัตรของเด็ก
  2. เจ้าหน้าที่สอบข้อเท็จจริงและเยี่ยมบ้าน ดูความพร้อมของครอบครัว และให้พ่อแม่เด็กมาลงนามให้ความยินยอมต่อหน้าเจ้าหน้าที่
  3. ทดลองเลี้ยงดูไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยเจ้าหน้าที่ติดตามดูว่าเด็กกับครอบครัวเข้ากันได้ดีหรือไม่
  4. คณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ เมื่อเห็นว่าเหมาะสม จะมีหนังสืออนุมัติให้ไปจดทะเบียน
  5. จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม ที่สำนักทะเบียนเขตหรืออำเภอ พร้อมพยานที่บรรลุนิติภาวะ 2 คน ไม่มีค่าธรรมเนียม ตั้งแต่วันนี้เด็กจึงเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย

หากมีข้อสงสัยเบื้องต้น โทรสอบถามสายด่วน 1300 ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้

อย่ารับเด็กกันเองโดยไม่ผ่านขั้นตอนนี้ การรับเลี้ยงแล้วไปแจ้งเกิดว่าเป็นลูกตัวเอง หรือเลี้ยงดูกันมาหลายปีโดยไม่จดทะเบียน ไม่ได้ทำให้เด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามกฎหมาย และอาจมีปัญหาทางกฎหมายตามมา

หลังจดทะเบียน บุตรบุญธรรมมีสิทธิอะไร

  • ฐานะเหมือนบุตรชอบด้วยกฎหมาย ของผู้รับบุตรบุญธรรม แต่ไม่สูญสิทธิและหน้าที่ในครอบครัวเดิม (มาตรา 1598/28)
  • อำนาจปกครองย้ายมาที่ผู้รับ พ่อแม่โดยกำเนิดหมดอำนาจปกครองนับแต่วันที่เด็กเป็นบุตรบุญธรรม (มาตรา 1598/28)
  • รับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรมได้ ในฐานะผู้สืบสันดาน ทายาทลำดับที่ 1 (มาตรา 1627 และ 1629) และยังมีสิทธิรับมรดกของพ่อแม่โดยกำเนิดด้วย
  • ผู้รับไม่ได้รับมรดกของบุตรบุญธรรม ในฐานะทายาทโดยธรรม (มาตรา 1598/29) แต่ถ้าบุตรบุญธรรมที่ไม่มีคู่สมรสและไม่มีลูกตายก่อน ผู้รับเรียกทรัพย์ที่ตนเคยให้ไปคืนจากกองมรดกได้เท่าที่ยังเหลือหลังชำระหนี้กองมรดก ภายใน 1 ปีนับแต่รู้ถึงความตาย และไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่บุตรบุญธรรมตาย (มาตรา 1598/30)

ตัวอย่าง นาย ก ไม่มีคู่สมรส พ่อแม่เสียชีวิตแล้ว มีลูกที่เกิดจากตน 1 คน และบุตรบุญธรรมที่จดทะเบียนแล้ว 1 คน เมื่อนาย ก เสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม มรดก 4 ล้านบาทแบ่งให้ลูกทั้งสองคนละ 2 ล้านบาท เพราะทายาทในลำดับเดียวกันได้ส่วนเท่ากัน (มาตรา 1633)

ข้อควรรู้เรื่องภาษี: การยกเว้นภาษีเงินได้เมื่อพ่อแม่โอนอสังหาริมทรัพย์ให้ลูกโดยไม่มีค่าตอบแทน ไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีภาษี (ประมวลรัษฎากร มาตรา 42 (26)) ใช้กับบุตรชอบด้วยกฎหมายที่ไม่ใช่บุตรบุญธรรม

เลิกรับบุตรบุญธรรมได้หรือไม่

  • ตกลงกันเลิก ถ้าบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะแล้ว ตกลงเลิกกันได้เมื่อใดก็ได้ ถ้ายังเป็นผู้เยาว์ ต้องได้ความยินยอมจากพ่อแม่โดยกำเนิด และบางกรณีต้องมีคำสั่งศาล การเลิกจะสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียน (มาตรา 1598/31)
  • ฟ้องเลิก ได้เมื่อมีเหตุตามมาตรา 1598/33 เช่น อีกฝ่ายประทุษร้ายจนเกิดอันตรายร้ายแรงและเป็นความผิดอาญา หมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอย่างร้ายแรง ไม่อุปการะเลี้ยงดู จงใจละทิ้งไปเกิน 1 ปี หรือผู้รับทำผิดหน้าที่พ่อแม่จนเกิดความเสียหายร้ายแรงต่อบุตรบุญธรรม
  • กำหนดเวลาฟ้อง ภายใน 1 ปีนับแต่รู้หรือควรรู้เหตุ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่เหตุเกิด (มาตรา 1598/34)
  • การสมรสกันเอง ถ้าผู้รับกับบุตรบุญธรรมสมรสกันฝ่าฝืนมาตรา 1451 การรับบุตรบุญธรรมเป็นอันยกเลิก (มาตรา 1598/32)

เมื่อผู้รับบุตรบุญธรรมตายหรือเลิกรับบุตรบุญธรรม ถ้าบุตรบุญธรรมยังเป็นผู้เยาว์ พ่อแม่โดยกำเนิดกลับมามีอำนาจปกครอง เว้นแต่ศาลสั่งเป็นอย่างอื่น (มาตรา 1598/37)

ชาวต่างชาติรับเด็กไทยเป็นบุตรบุญธรรม

ชาวต่างชาติที่ขอรับเด็กกำพร้าในความดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน ต้องมีคุณสมบัติตามกฎหมายไทยและตามกฎหมายของประเทศที่ตนมีภูมิลำเนา ต้องมีภูมิลำเนาในประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย ผู้ขอและคู่สมรสต้องจดทะเบียนสมรสมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี ณ วันยื่นคำขอ และต้องมีรายงานการศึกษาครอบครัว (Home Study Report) จากหน่วยงานที่มีอำนาจในประเทศของตน คู่มือของกรมระบุว่าการรอคณะกรรมการคัดเลือกครอบครัวให้เด็กใช้เวลาประมาณ 2 ปี

ปรึกษาทนายก่อนเริ่ม

การรับบุตรบุญธรรมเกี่ยวกับความยินยอมหลายฝ่าย บางกรณีต้องขอคำสั่งศาล และมีผลต่อมรดกของทั้งสองครอบครัว บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีโดยไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัว ทนายที่สนใจจะตอบกลับผ่านแชทในระบบ หรือค้นหาทนายด้านครอบครัวตามจังหวัดและภาษาที่ใช้ได้ทันที