หลายคู่ไม่อยากคุยเรื่องเงินก่อนแต่งงาน เพราะกลัวว่าจะดูไม่ไว้ใจกัน แต่ในความจริง การตกลงเรื่องทรัพย์สินให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยลดเรื่องบาดหมางในวันข้างหน้าได้มาก โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหนึ่งมีบ้าน คอนโด หรือกิจการของครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว เครื่องมือที่กฎหมายไทยมีไว้ให้คือ สัญญาก่อนสมรส ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1465 ถึง 1468
บทความนี้สรุปว่าถ้าไม่ทำสัญญา ทรัพย์สินจะเป็นของใคร สัญญาก่อนสมรสตกลงอะไรได้ ต้องทำอย่างไรจึงไม่เป็นโมฆะ และแก้ไขหลังแต่งงานได้หรือไม่
ถ้าไม่ทำสัญญาก่อนสมรส กฎหมายแบ่งทรัพย์สินอย่างไร
เมื่อคู่สมรสไม่ได้ทำสัญญาเรื่องทรัพย์สินไว้เป็นพิเศษก่อนสมรส ความสัมพันธ์เรื่องทรัพย์สินจะเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย (มาตรา 1465) ซึ่งแยกทรัพย์สินออกเป็น 2 กอง

สินส่วนตัว (มาตรา 1471) ได้แก่
- ทรัพย์สินที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอยู่ก่อนสมรส
- เครื่องใช้ส่วนตัว เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับตามควรแก่ฐานะ และเครื่องมือที่จำเป็นในการประกอบอาชีพ
- ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา
- ของหมั้น
สินสมรส (มาตรา 1474) ได้แก่
- ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส เช่น รายได้ที่แต่ละฝ่ายหามาได้
- ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ ที่ระบุว่าเป็นสินสมรส
- ดอกผลของสินส่วนตัว เช่น ค่าเช่าจากคอนโดที่มีอยู่ก่อนแต่งงาน
ถ้าสงสัยว่าทรัพย์สินชิ้นใดเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส (มาตรา 1474 วรรคสอง) และเมื่อหย่ากัน สินสมรสจะแบ่งให้ทั้งสองฝ่ายเท่ากัน (มาตรา 1533)
เรื่องการจัดการก็ต่างกัน สินส่วนตัวของฝ่ายใด ฝ่ายนั้นจัดการเอง (มาตรา 1473) ส่วนสินสมรส ธุรกรรมสำคัญบางอย่างต้องทำร่วมกันหรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย เช่น ขายหรือแลกเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์ ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เกิน 3 ปี ให้โดยเสน่หาเกินสมควร หรือประนีประนอมยอมความ (มาตรา 1476)
สัญญาก่อนสมรสตกลงอะไรได้บ้าง
สัญญาก่อนสมรสคือข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส ที่ทำให้ใช้กติกาของตัวเองแทนกติกาตามกฎหมายข้างต้น ตัวอย่างข้อตกลงที่พบบ่อย เช่น
- ให้ดอกผลของสินส่วนตัว เช่น ค่าเช่า เงินปันผล ยังเป็นสินส่วนตัวของเจ้าของ ไม่กลายเป็นสินสมรส
- ระบุรายการทรัพย์สินที่แต่ละฝ่ายมีอยู่ก่อนสมรสให้ชัด เช่น บ้าน คอนโด หุ้นในกิจการครอบครัว เพื่อลดข้อโต้แย้งภายหลัง
- กำหนดวิธีจัดการสินสมรสให้ต่างไปจากมาตรา 1476 ทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งกฎหมายยอมให้ทำได้ก็ต่อเมื่อทำเป็นสัญญาก่อนสมรส (มาตรา 1476/1)
ข้อที่ตกลงไม่ได้ ข้อความที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และข้อความที่ให้ใช้กฎหมายของประเทศอื่นบังคับเรื่องทรัพย์สิน เป็นโมฆะ (มาตรา 1465)
ตัวอย่าง
เอมีคอนโดอยู่ก่อนแต่งงานและให้เช่าเดือนละ 15,000 บาท ถ้าไม่ได้ทำสัญญาก่อนสมรส คอนโดยังเป็นสินส่วนตัวของเอ แต่ค่าเช่าที่ได้ระหว่างสมรสเป็นสินสมรส 5 ปีรวม 900,000 บาท ถ้าเงินก้อนนี้ยังเก็บไว้ครบแล้วหย่ากัน อีกฝ่ายมีสิทธิได้ครึ่งหนึ่ง คือ 450,000 บาท แต่ถ้าทั้งคู่ทำสัญญาก่อนสมรสไว้ถูกแบบว่าดอกผลของสินส่วนตัวให้เป็นสินส่วนตัว ค่าเช่าก้อนนี้ก็เป็นของเอทั้งหมด
| เรื่อง | ไม่มีสัญญาก่อนสมรส | มีสัญญาก่อนสมรส (ตัวอย่าง) |
|---|---|---|
| คอนโดที่มีก่อนแต่งงาน | สินส่วนตัว | สินส่วนตัว |
| ค่าเช่าคอนโดระหว่างสมรส | สินสมรส | สินส่วนตัวของเจ้าของคอนโด |
| เมื่อหย่า | แบ่งสินสมรสเท่ากัน | ค่าเช่าไม่ต้องนำมาแบ่ง |
ทำอย่างไรให้สัญญาก่อนสมรสมีผล

มาตรา 1466 กำหนดแบบไว้เคร่งครัด สัญญาก่อนสมรสจะมีผลเมื่อทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ พร้อมกับการจดทะเบียนสมรส
- จดแจ้งข้อตกลงนั้นไว้ในทะเบียนสมรส หรือ
- ทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อคู่สมรสทั้งสองฝ่ายและพยานอย่างน้อย 2 คน แนบไว้ท้ายทะเบียนสมรส และนายทะเบียนจดไว้ในทะเบียนสมรสว่ามีสัญญานั้นแนบไว้
ถ้าไม่ได้ทำตามแบบนี้ สัญญาก่อนสมรสเป็นโมฆะ ข้อตกลงที่เซ็นกันเองแล้วเก็บไว้ที่บ้าน หรือนำมาทำหลังจดทะเบียนสมรสไปแล้ว จึงไม่มีผลเป็นสัญญาก่อนสมรส ควรเตรียมร่างสัญญาให้เสร็จและนัดพยานให้พร้อมก่อนวันไปจดทะเบียนที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ
แก้ไขหรือยกเลิกหลังแต่งงานได้ไหม
เมื่อสมรสแล้ว จะเปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนสัญญาก่อนสมรสไม่ได้ นอกจากได้รับอนุญาตจากศาล (มาตรา 1467) และไม่ว่าศาลจะอนุญาตให้เปลี่ยนหรือไม่ ข้อความในสัญญาก่อนสมรสไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกที่ทำการโดยสุจริต (มาตรา 1468)
ส่วนสัญญาเรื่องทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกันหลังแต่งงาน ไม่ใช่สัญญาก่อนสมรส และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างได้ในเวลาใดก็ได้ระหว่างเป็นคู่สมรส หรือภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นคู่สมรส โดยไม่กระทบสิทธิของบุคคลภายนอกผู้สุจริต (มาตรา 1469) ข้อตกลงที่อยากให้มั่นคงจึงควรทำเป็นสัญญาก่อนสมรสตั้งแต่ต้น
คู่รักเพศเดียวกันและคู่สมรสชาวต่างชาติ
- ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับ คู่รักทุกเพศจดทะเบียนสมรสได้ และกฎหมายใช้คำว่า "คู่สมรส" แทน "สามีภริยา" กติกาเรื่องสัญญาก่อนสมรสจึงใช้กับทุกคู่เหมือนกัน
- คู่สมรสที่เป็นชาวต่างชาติทำสัญญาก่อนสมรสได้ตามแบบเดียวกัน แต่จะเขียนให้ใช้กฎหมายประเทศอื่นบังคับเรื่องทรัพย์สินไม่ได้ (มาตรา 1465) และควรทำฉบับสองภาษาเพื่อให้ทั้งคู่เข้าใจเนื้อหาตรงกันก่อนลงชื่อ
ปรึกษาทนายก่อนวันจดทะเบียน
สัญญาก่อนสมรสมีโอกาสทำได้ครั้งเดียว คือก่อนหรือพร้อมวันจดทะเบียนสมรส ถ้าเขียนไม่ครอบคลุมหรือผิดแบบ จะแก้ภายหลังได้ยาก การให้ทนายด้านครอบครัวช่วยร่างและตรวจรายการทรัพย์สินจึงคุ้มค่า บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรี ทนายที่สนใจจะตอบกลับในแชตของแพลตฟอร์ม หรือค้นหาทนายตามประเภทคดี จังหวัด และภาษาที่ต้องการได้ทันที