เมื่อชีวิตคู่เดินต่อไปไม่ได้ คำถามแรกมักเป็นว่าต้องไปฟ้องศาลหรือไม่ คำตอบคือกฎหมายไทยให้หย่าได้เพียง 2 ทาง คือหย่าโดยความยินยอมของทั้งสองฝ่าย หรือหย่าโดยคำพิพากษาของศาล (มาตรา 1514) บทความนี้สรุปว่าแต่ละทางต่างกันอย่างไร เหตุฟ้องหย่ามีอะไรบ้าง สินสมรสแบ่งอย่างไร และต้องตกลงเรื่องลูกอย่างไร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว

ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 กฎหมายครอบครัวใช้คำว่าคู่สมรสแทนคำว่าสามีและภริยา หลักเกณฑ์ในบทความนี้จึงใช้กับคู่สมรสที่จดทะเบียนทุกคู่ ไม่ว่าเพศใด

หย่าได้ 2 ทาง ต่างกันอย่างไร

หย่าโดยความยินยอม ฟ้องหย่า
ใช้เมื่อ ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ อีกฝ่ายไม่ยอมหย่า หรือตกลงเรื่องลูกและทรัพย์สินไม่ได้
ต้องมีเหตุหย่าไหม ไม่ต้อง ต้องมีเหตุตามมาตรา 1516
ทำที่ไหน สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ หรือสถานทูตและสถานกงสุลไทย ศาลเยาวชนและครอบครัว
ค่าใช้จ่าย ไม่มีค่าธรรมเนียมจดทะเบียน ค่าขึ้นศาล ค่าทนาย และค่าใช้จ่ายในคดี
หย่ามีผลเมื่อ จดทะเบียนการหย่า คำพิพากษาถึงที่สุด

เวลาที่การหย่ามีผลเป็นไปตามมาตรา 1531 ส่วนการหย่าโดยคำพิพากษา ควรนำคำพิพากษาไปบันทึกที่สำนักทะเบียนด้วย เพราะถ้ายังไม่ได้จดทะเบียน จะยกการหย่าขึ้นอ้างให้เสื่อมสิทธิของบุคคลภายนอกที่ทำการโดยสุจริตไม่ได้

หย่าโดยความยินยอมที่อำเภอหรือเขต

ขั้นตอนหย่าโดยความยินยอมที่อำเภอหรือเขต 4 ขั้น ตั้งแต่ตกลงเรื่องลูกและทรัพย์สินจนถึงรับใบสำคัญการหย่า

การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน (มาตรา 1514) และเมื่อจดทะเบียนสมรสไว้ การหย่าจะสมบูรณ์ต่อเมื่อจดทะเบียนการหย่าแล้ว (มาตรา 1515) การเซ็นบันทึกกันเองที่บ้าน แม้มีพยานครบ จึงยังไม่ทำให้หย่ากันตามกฎหมาย

  1. ตกลงกันให้ครบ ใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองลูกคนไหน ใครออกค่าอุปการะเลี้ยงดูลูกเท่าไร (มาตรา 1520 และ 1522) และจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไร
  2. เตรียมเอกสารและพยาน บัตรประชาชนหรือแอป ThaID ของทั้งสองฝ่าย ชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทาง ใบสำคัญการสมรส (ถ้ามี) และพยานที่บรรลุนิติภาวะ 2 คน
  3. ยื่นที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นที่เดียวกับที่จดทะเบียนสมรส ถ้าอยู่ต่างประเทศยื่นที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทยได้ ไม่มีค่าธรรมเนียม และตามคู่มือของกรมการปกครองใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที
  4. จดทะเบียนและรับใบสำคัญการหย่า แต่ละฝ่ายได้รับไว้คนละฉบับ การหย่ามีผลนับแต่เวลาจดทะเบียน

ถ้าไปพร้อมกันไม่ได้ ยังมีวิธีหย่าต่างสำนักทะเบียน คือแต่ละฝ่ายไปยื่นที่สำนักทะเบียนของตน โดยตกลงกันก่อนว่าใครยื่นก่อน การหย่าจะสมบูรณ์เมื่อสำนักทะเบียนแห่งที่สองจดทะเบียนเสร็จ

ฟ้องหย่าต้องมีเหตุตามกฎหมาย

เหตุฟ้องหย่าที่พบบ่อย 8 ข้อตามมาตรา 1516 และกำหนดเวลาฟ้อง 1 ปี

ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่า ต้องฟ้องต่อศาลและพิสูจน์ให้ได้ว่ามีเหตุตามมาตรา 1516 อย่างน้อยหนึ่งข้อ

  • (1) อุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส เป็นชู้หรือมีชู้ หรือมีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้อื่นเป็นอาจิณ
  • (2) ประพฤติชั่วจนอีกฝ่ายได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง ถูกดูถูกเกลียดชัง หรือเดือดร้อนเกินควร
  • (3) ทำร้ายหรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหรือบุพการีของอีกฝ่ายอย่างร้ายแรง
  • (4) จงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายไปเกิน 1 ปี
  • (4/1) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดและถูกจำคุกเกิน 1 ปี ในความผิดที่อีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการเป็นคู่สมรสกันต่อไปทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควร
  • (4/2) สมัครใจแยกกันอยู่เพราะอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขไม่ได้มาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งศาลเกิน 3 ปี กรณีนี้ฝ่ายใดก็ฟ้องได้
  • (5) ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาเกิน 3 ปีโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
  • (6) ไม่ช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายตามสมควร หรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นคู่สมรสอย่างร้ายแรง จนอีกฝ่ายเดือดร้อนเกินควร

นอกจากนี้ยังมีเหตุวิกลจริตติดต่อกันเกิน 3 ปีและยากจะหาย ผิดทัณฑ์บนเรื่องความประพฤติที่ทำไว้เป็นหนังสือ เป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงที่เรื้อรังไม่มีทางหาย และมีสภาพทางกายที่ไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล (มาตรา 1516 (7) ถึง (10))

กำหนดเวลาและข้อจำกัดที่ต้องรู้

  • ฟ้องภายใน 1 ปี สิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุตาม (1) (2) (3) หรือ (6) และสิทธิเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ระงับไปเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่รู้หรือควรได้รู้ข้อเท็จจริงนั้น (มาตรา 1529) แต่เหตุที่ฟ้องไม่ได้แล้วยังนำสืบสนับสนุนเหตุอื่นได้
  • ให้อภัยแล้วฟ้องไม่ได้ ถ้าฝ่ายที่มีสิทธิฟ้องทำการที่แสดงว่าให้อภัยแล้ว สิทธิฟ้องหย่าด้วยเหตุนั้นหมดไป (มาตรา 1518)
  • ยินยอมเองอ้างไม่ได้ ถ้าฝ่ายใดยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำตามเหตุ (1) หรือ (2) ฝ่ายนั้นจะยกเป็นเหตุฟ้องหย่าไม่ได้ (มาตรา 1517)

ยื่นฟ้องที่ไหน และต้องเตรียมอะไร

คดีหย่าเป็นคดีครอบครัว ยื่นที่ศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ โดยทั่วไปคือศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาหรือที่มูลคดีเกิด ค่าขึ้นศาลสำหรับคำขอให้หย่าอย่างเดียวเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ 200 บาท ถ้าขอแบ่งทรัพย์สินหรือเรียกเงินในคดีเดียวกัน อาจต้องเสียค่าขึ้นศาลตามทุนทรัพย์เพิ่ม ศาลมักให้คู่ความไกล่เกลี่ยก่อน และถ้าตกลงกันได้ก็ทำสัญญาประนีประนอมยอมความในศาลได้

เก็บหลักฐานไว้ตั้งแต่ต้น เช่น ข้อความแชท ภาพถ่าย ใบรับรองแพทย์ บันทึกประจำวันของตำรวจ และรายชื่อพยานที่รู้เห็น ถ้าถูกทำร้ายหรือตกอยู่ในอันตราย ความปลอดภัยต้องมาก่อน โทรแจ้งตำรวจ 191 หรือสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300

แบ่งสินสมรสอย่างไร

เมื่อหย่ากัน สินสมรสแบ่งให้แต่ละฝ่ายเท่ากัน (มาตรา 1533) ส่วนสินส่วนตัวยังเป็นของเจ้าของ จึงต้องแยกสองกองนี้ให้ออกก่อน

  • สินส่วนตัว (มาตรา 1471) ทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนสมรส เครื่องใช้ส่วนตัว เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับตามควรแก่ฐานะ เครื่องมือประกอบอาชีพ ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสโดยการรับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา และของหมั้น
  • สินสมรส (มาตรา 1474) ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส ทรัพย์สินที่ได้มาโดยพินัยกรรมหรือการให้เป็นหนังสือที่ระบุว่าเป็นสินสมรส และดอกผลของสินส่วนตัว เช่น ค่าเช่า ถ้าสงสัยว่าทรัพย์สินใดเป็นสินสมรสหรือไม่ กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส

ชื่อในโฉนดหรือในทะเบียนรถไม่ได้ชี้ขาดว่าเป็นของใคร ทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรสแม้ใส่ชื่อฝ่ายเดียวก็ยังเป็นสินสมรส ทรัพย์สินที่นำมาแบ่งคือทรัพย์สินที่มีอยู่ในวันจดทะเบียนหย่า ถ้าหย่าโดยความยินยอม ส่วนการหย่าโดยคำพิพากษา ผลเรื่องทรัพย์สินย้อนไปถึงวันฟ้องหย่า (มาตรา 1532)

ตัวอย่าง คุณเอกับคุณบีจดทะเบียนสมรสกัน คุณเอมีคอนโดที่ซื้อไว้ก่อนแต่งงานและปล่อยเช่า ระหว่างสมรสเก็บค่าเช่าสะสมไว้ 300,000 บาท ทั้งคู่ซื้อบ้านราคา 3,000,000 บาทโดยใส่ชื่อคุณบีคนเดียว และมีเงินเก็บที่สะสมระหว่างสมรสอีก 1,000,000 บาท ส่วนคุณบีได้รับมรดกจากพ่อ 500,000 บาท

ทรัพย์สิน ประเภท
คอนโดของคุณเอ สินส่วนตัวของคุณเอ
มรดก 500,000 บาทของคุณบี สินส่วนตัวของคุณบี
ค่าเช่าคอนโดที่เก็บไว้ 300,000 บาท สินสมรส (ดอกผลของสินส่วนตัว)
บ้าน 3,000,000 บาท (ชื่อคุณบี) สินสมรส
เงินเก็บ 1,000,000 บาท สินสมรส

สินสมรสรวม 4,300,000 บาท แต่ละฝ่ายได้ 2,150,000 บาท คุณเอยังได้คอนโดไปทั้งห้อง และคุณบียังได้เงินมรดกไปทั้งหมด

ลูก ค่าเลี้ยงดู และค่าเลี้ยงชีพ

  • อำนาจปกครองลูก ถ้าหย่าโดยความยินยอม ต้องตกลงเป็นหนังสือว่าใครใช้อำนาจปกครองลูกคนไหน ถ้าตกลงไม่ได้ให้ศาลชี้ขาด ถ้าฟ้องหย่า ศาลจะชี้ขาดเรื่องนี้ในคดีเดียวกัน โดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของลูกเป็นสำคัญ (มาตรา 1520)
  • ค่าอุปการะเลี้ยงดูลูก ระบุในสัญญาหย่าว่าฝ่ายใดหรือทั้งสองฝ่ายออกเท่าไร ถ้าฟ้องหย่าหรือสัญญาไม่ได้กำหนดไว้ ศาลเป็นผู้กำหนด (มาตรา 1522)
  • ค่าเลี้ยงชีพ ถ้าเหตุหย่าเกิดจากความผิดของอีกฝ่ายเพียงฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้เรายากจนลงเพราะรายได้จากทรัพย์สินหรือการงานไม่พอ ขอให้ฝ่ายที่ผิดจ่ายค่าเลี้ยงชีพได้ แต่ต้องขอไว้ในคดีหย่านั้นเลย มิฉะนั้นสิทธิสิ้นสุด (มาตรา 1526)
  • ค่าทดแทน ถ้าศาลให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) เรียกค่าทดแทนได้ทั้งจากคู่สมรสและจากบุคคลที่เป็นเหตุแห่งการหย่า (มาตรา 1523)

ถ้าคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ

  • ถ้าจดทะเบียนสมรสในไทย หย่าโดยความยินยอมที่อำเภอหรือเขตได้ ชาวต่างชาติใช้หนังสือเดินทาง ถ้าไม่เข้าใจภาษาไทยควรพาล่ามไปด้วย และเอกสารภาษาต่างประเทศต้องแปลเป็นภาษาไทยและผ่านการรับรองก่อนยื่น
  • ถ้าต้องฟ้องหย่าในไทย ศาลไทยจะพิพากษาให้หย่าได้เมื่อกฎหมายสัญชาติของคู่สมรสทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่า ส่วนเหตุหย่าเป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่ยื่นฟ้อง (พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พ.ศ. 2481 มาตรา 27)
  • การหย่าในไทยจะได้รับการยอมรับในประเทศของคู่สมรสหรือไม่ แต่ละประเทศมีขั้นตอนต่างกัน ควรสอบถามสถานทูตของประเทศนั้นก่อน

ปรึกษาทนายเรื่องหย่า

การหย่าที่ตกลงกันได้ไม่จำเป็นต้องมีทนาย แต่ถ้ามีลูก มีทรัพย์สินหลายรายการ หรืออีกฝ่ายไม่ยอมหย่า การให้ทนายช่วยร่างข้อตกลงหรือประเมินพยานหลักฐานก่อนฟ้องช่วยลดปัญหาภายหลังได้มาก บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีเพื่อให้ทนายด้านครอบครัวติดต่อกลับ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดีและจังหวัดได้ทันที