การหย่าจบความเป็นสามีภริยา แต่ไม่ได้จบความเป็นพ่อแม่ เรื่องที่คนมักกังวลที่สุดจึงไม่ใช่การแบ่งทรัพย์สิน แต่คือลูกจะอยู่กับใคร ใครต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู และจะได้พบลูกอีกไหม บทความนี้สรุปหลักตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ว่าด้วยครอบครัว ให้เข้าใจง่าย
อำนาจปกครองบุตรคืออะไร
ลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอยู่ใต้อำนาจปกครองของพ่อแม่ (มาตรา 1566) ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของลูก ว่ากล่าวสั่งสอนตามสมควร เรียกลูกคืนจากผู้ที่กักไว้โดยมิชอบ และจัดการทรัพย์สินของลูก ระหว่างที่พ่อแม่ยังเป็นสามีภริยากัน ทั้งสองคนใช้อำนาจปกครองร่วมกัน เมื่อหย่ากันแล้วจึงต้องกำหนดว่าจะให้ใครใช้
อำนาจปกครองกับหน้าที่เลี้ยงดูเป็นคนละเรื่องกัน พ่อหรือแม่ที่ไม่ได้ใช้อำนาจปกครองยังต้องร่วมอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่ลูกจนบรรลุนิติภาวะ (มาตรา 1564) และยังมีสิทธิติดต่อกับลูก
หย่าที่อำเภอ: ต้องตกลงเรื่องลูกเป็นหนังสือ

ถ้าหย่าโดยความยินยอม พ่อแม่ต้องทำความตกลงเป็นหนังสือว่าใครจะใช้อำนาจปกครองลูกคนไหน ถ้าไม่ได้ตกลงหรือตกลงกันไม่ได้ ศาลเป็นผู้ชี้ขาด (มาตรา 1520) และควรกำหนดในสัญญาหย่าด้วยว่าใครจะจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกเท่าไร ถ้าไม่ได้กำหนดไว้ ศาลเป็นผู้กำหนด (มาตรา 1522)
ข้อตกลงที่ดีควรเขียนให้ชัดอย่างน้อยเรื่องต่อไปนี้
- ใครใช้อำนาจปกครองลูกแต่ละคน หรือจะใช้ร่วมกัน
- ลูกอาศัยอยู่กับใคร และเรียนที่ไหน
- ค่าเลี้ยงดูเดือนละเท่าไร จ่ายวันที่เท่าไร และจ่ายทางไหน
- ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ เช่น ค่าเทอม ค่ารักษาพยาบาล ใครออกเท่าไร
- วันเวลาที่อีกฝ่ายรับลูกไปอยู่ด้วย รวมถึงช่วงปิดเทอมและวันหยุดยาว
ถ้าฟ้องหย่า ศาลจะสั่งเรื่องอำนาจปกครองและค่าเลี้ยงดูลูกไปพร้อมกับคำพิพากษาให้หย่า
ศาลตัดสินอย่างไรว่าลูกควรอยู่กับใคร

กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าลูกต้องอยู่กับพ่อหรือแม่ หลักที่ศาลเยาวชนและครอบครัวใช้คือความผาสุกและประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ ในทางปฏิบัติศาลมักดูว่าใครเลี้ยงดูลูกมาตลอด อายุและความต้องการของเด็ก ความประพฤติของพ่อแม่ สภาพที่อยู่อาศัยและโรงเรียน ความสามารถในการดูแล การไม่แยกพี่น้องออกจากกัน และความเห็นของเด็กที่โตพอจะให้ความเห็นได้
รายได้สูงกว่าไม่ได้แปลว่าจะได้อำนาจปกครอง เพราะอีกฝ่ายยังต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูอยู่แล้ว สิ่งที่ช่วยได้มากคือหลักฐานว่าคุณดูแลลูกจริงในชีวิตประจำวัน เช่น การรับส่งโรงเรียน การพาไปหาหมอ และการติดต่อครู
ค่าเลี้ยงดูลูก: เท่าไร และเปลี่ยนได้ไหม
กฎหมายไม่มีสูตรตายตัว ศาลกำหนดค่าอุปการะเลี้ยงดูตามความสามารถของผู้ต้องจ่าย ฐานะของผู้รับ และพฤติการณ์แห่งกรณี (มาตรา 1598/38) โดยปกติให้จ่ายเป็นเงินเป็นงวด (มาตรา 1598/40)
- สละหรือโอนไม่ได้ สิทธิได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูสละหรือโอนไม่ได้ และเจ้าหนี้ยึดไม่ได้ (มาตรา 1598/41)
- ขอเพิ่ม ลด หรืองดได้ เมื่อพฤติการณ์ รายได้ หรือฐานะของฝ่ายใดเปลี่ยนไป ศาลสั่งแก้ไขได้ (มาตรา 1598/39)
- ไม่จ่ายตามคำพิพากษา ผู้รับขอให้บังคับคดีเอากับทรัพย์สินหรือรายได้ของผู้ต้องจ่ายได้ ส่วนข้อตกลงที่ทำไว้ตอนหย่าที่อำเภอเป็นสัญญา ถ้าอีกฝ่ายไม่จ่ายต้องฟ้องศาลก่อน
ตัวอย่าง พ่อแม่หย่าที่อำเภอ ตกลงให้แม่ใช้อำนาจปกครองลูกวัย 6 ขวบ และพ่อจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละ 6,000 บาท สามปีต่อมาลูกเข้าโรงเรียนที่ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ขณะที่รายได้ของพ่อเพิ่มขึ้นมาก แม่ฟ้องขอเพิ่มค่าเลี้ยงดูได้ตามมาตรา 1598/39 โดยนำหลักฐานค่าใช้จ่ายของลูกและรายได้ของพ่อไปแสดง ศาลจะพิจารณาว่าควรเพิ่มหรือไม่และเท่าไร (ตัวเลขเป็นตัวอย่างเท่านั้น)
สิทธิพบลูกของพ่อแม่อีกฝ่าย
พ่อหรือแม่มีสิทธิติดต่อกับลูกได้ตามควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง (มาตรา 1584/1) ฝ่ายที่เลี้ยงลูกจึงไม่ควรใช้ลูกเป็นเครื่องต่อรองเรื่องเงิน และฝ่ายที่จ่ายค่าเลี้ยงดูก็ไม่ควรหยุดจ่ายเพราะไม่ได้พบลูก สองเรื่องนี้แยกกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ ยื่นคำร้องให้ศาลกำหนดวิธีติดต่อที่ชัดเจนได้
เปลี่ยนหรือถอนอำนาจปกครองได้เมื่อไร
- เปลี่ยนผู้ใช้อำนาจปกครอง ถ้าผู้ใช้อำนาจปกครองประพฤติตนไม่สมควร หรือพฤติการณ์เปลี่ยนไปภายหลัง ศาลสั่งเปลี่ยนได้โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกเป็นสำคัญ (มาตรา 1521)
- ถอนอำนาจปกครอง ถ้าใช้อำนาจปกครองโดยมิชอบหรือประพฤติชั่วร้าย ศาลสั่งถอนบางส่วนหรือทั้งหมดได้ เมื่อญาติของเด็กหรืออัยการร้องขอ (มาตรา 1582)
ลูกที่เกิดนอกสมรส
ลูกที่เกิดจากหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของแม่ (มาตรา 1546) แม่จึงใช้อำนาจปกครองคนเดียว พ่อจะมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเมื่อจดทะเบียนสมรสกับแม่ภายหลัง จดทะเบียนรับรองบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร (มาตรา 1547) ถ้าพ่อยังไม่รับรองบุตร แม่ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรพร้อมเรียกค่าเลี้ยงดูได้
เมื่อพ่อหรือแม่เป็นชาวต่างชาติ
ศาลไทยพิจารณาเรื่องอำนาจปกครองของเด็กที่อาศัยอยู่ในไทยตามหลักเดียวกัน สัญชาติไม่ได้ทำให้ฝ่ายใดได้เปรียบ แต่ต้องคิดเรื่องที่อยู่ของลูกในระยะยาวให้ดี ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการลักพาตัวเด็กข้ามชาติ โดยมีสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานกลาง การพาลูกออกนอกประเทศโดยอีกฝ่ายที่มีอำนาจปกครองไม่ยินยอม อาจถูกขอให้ส่งลูกกลับได้ จึงควรตกลงเรื่องการเดินทางไว้ในข้อตกลงให้ชัด
ปรึกษาทนายครอบครัว
เรื่องลูกหลังหย่าไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกบ้าน การเขียนข้อตกลงให้รัดกุมตั้งแต่แรกช่วยลดความขัดแย้งในอนาคตได้มาก บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีโดยไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัว ทนายด้านครอบครัวที่สนใจจะตอบกลับผ่านแชทในระบบ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดี จังหวัด และภาษาที่ใช้ได้ทันที