เวลามีเรื่องเดือดร้อน คนส่วนใหญ่รีบหาทนายและรีบจ่ายเงิน โดยไม่ได้ตรวจว่าคนที่คุยด้วยเป็นทนายความที่มีใบอนุญาตจริงหรือไม่ การตรวจใช้เวลาไม่นาน และช่วยให้มั่นใจว่าคนที่รับเรื่องของคุณขึ้นศาลแทนคุณได้จริง บทความนี้สรุปวิธีเช็กทนายก่อนจ้าง สิ่งที่ควรมีเป็นหนังสือ และสิทธิของคุณเมื่อทนายประพฤติผิดมรรยาท

ทำไมต้องเช็กก่อนจ้าง

พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 33 ห้ามผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาต ผู้ที่ขาดจากการเป็นทนายความ หรือผู้ที่ต้องห้ามทำการเป็นทนายความ ว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลงเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลให้คนอื่น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 82)

ถ้าจ้างคนที่ไม่มีใบอนุญาต เขาจึงทำงานในศาลแทนคุณไม่ได้ ไม่ว่าจะพูดเก่งหรือดูน่าเชื่อถือแค่ไหน

ทนายความกับที่ปรึกษากฎหมาย ต่างกันอย่างไร

ทนายความ ผู้ที่ไม่มีใบอนุญาตทนายความ
ใบอนุญาตจากสภาทนายความ มี ไม่มี
ว่าความในศาล ได้ ไม่ได้ (มาตรา 33)
เขียนคำฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ ฎีกา ให้คนอื่น ได้ ไม่ได้ (มาตรา 33)
อยู่ใต้ข้อบังคับมรรยาททนายความ ใช่ ไม่

ผู้ที่จะขอใบอนุญาตเป็นทนายความต้องมีสัญชาติไทย (มาตรา 35) ใบอนุญาตมี 2 แบบ คือแบบอายุ 2 ปีซึ่งต้องต่ออายุ และแบบตลอดชีพ (มาตรา 39)

5 ขั้นตอนเช็กทนายก่อนจ้าง

5 ขั้นตอนเช็กทนายก่อนจ้าง ตั้งแต่ขอเลขใบอนุญาตจนถึงขอใบเสร็จ

  1. ขอชื่อ นามสกุล และเลขที่ใบอนุญาต ทนายความตัวจริงบอกได้ทันที ขอดูบัตรหรือใบอนุญาตให้เป็นทนายความ แล้วเทียบชื่อกับบัตรประชาชน
  2. ตรวจกับสภาทนายความ สภาทนายความเป็นผู้รับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้ทนายความทั่วประเทศ ติดต่อสอบถามได้ทางเว็บไซต์ www.lawyerscouncil.or.th หรือโทร 02-522-7124 ถึง 27 โดยแจ้งชื่อ นามสกุล และเลขที่ใบอนุญาต
  3. ดูว่าใบอนุญาตยังไม่หมดอายุ ถ้าเป็นแบบ 2 ปี ให้ดูวันหมดอายุ ผู้ที่ขาดจากการเป็นทนายความหรืออยู่ระหว่างถูกห้ามทำการเป็นทนายความ ว่าความไม่ได้เช่นกัน
  4. ตกลงขอบเขตงานและค่าบริการเป็นหนังสือ ระบุว่าทำงานอะไร ถึงศาลชั้นไหน ค่าบริการเท่าไร จ่ายกี่งวด และค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าขึ้นศาล ใครเป็นผู้จ่าย
  5. จ่ายเงินให้มีหลักฐานและขอใบเสร็จทุกครั้ง เก็บสัญญา ใบเสร็จ และข้อความที่คุยกันไว้ทั้งหมด

สัญญาณเตือนที่ควรหยุดคิด

สัญญาณเตือน 6 ข้อที่ควรหยุดคิดก่อนจ้างทนาย

ข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ. 2529 ข้อ 10 ห้ามทนายความใช้อุบายจูงใจให้คนมอบคดีให้ เช่น หลอกให้หลงว่าคดีจะชนะทั้งที่รู้อยู่ว่าจะแพ้ อวดอ้างว่าตนมีความรู้ยิ่งกว่าทนายความอื่น หรืออวดอ้างว่ารู้จักคุ้นเคยกับผู้ใดจนทำให้หลงว่าจะได้ผลเป็นพิเศษ ดังนั้นถ้าเจอเรื่องต่อไปนี้ ควรหยุดคิดก่อนจ่ายเงิน

  • รับประกันว่าชนะแน่นอน
  • อ้างว่ารู้จักเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจ และวิ่งเต้นให้ได้
  • ไม่ยอมบอกเลขที่ใบอนุญาต หรือบอกแล้วตรวจกับสภาทนายความไม่พบ
  • เร่งให้โอนเงินทันที ทั้งที่ยังไม่ได้ดูเอกสารของคุณ
  • ไม่ยอมทำสัญญาจ้างเป็นหนังสือ หรือไม่ออกใบเสร็จ
  • ติดต่อเข้ามาเองทางโซเชียลหลังคุณโพสต์เรื่องเดือดร้อน แล้วขอค่าดำเนินการล่วงหน้า

ใบแต่งทนาย: อ่านก่อนเซ็น

การตั้งทนายความในคดีต้องทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อตัวความและทนายความ แล้วยื่นต่อศาล (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 61) เอกสารนี้เรียกกันว่าใบแต่งทนาย

ทนายความที่ตั้งแล้วมีอำนาจดำเนินคดีแทนคุณตามที่เห็นสมควร แต่เรื่องที่เป็นการจำหน่ายสิทธิของคุณ เช่น การยอมรับตามที่อีกฝ่ายเรียกร้อง การถอนฟ้อง การประนีประนอมยอมความ การสละสิทธิ หรือการใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกา ทนายความทำไม่ได้ถ้าคุณไม่ได้ให้อำนาจไว้โดยชัดแจ้ง (มาตรา 62) ก่อนเซ็นจึงควรอ่านว่าในใบแต่งทนายให้อำนาจเรื่องใดไว้บ้าง และถามทนายทุกข้อที่ไม่เข้าใจ

ถ้าทนายประพฤติผิดมรรยาท

ทนายความต้องประพฤติตามข้อบังคับว่าด้วยมรรยาททนายความ (พระราชบัญญัติทนายความ มาตรา 51) ตัวอย่างสิ่งที่ข้อบังคับห้าม ได้แก่

  • เปิดเผยความลับของลูกความ (ข้อ 11)
  • จงใจขาดนัด ทอดทิ้งคดี หรือละเว้นหน้าที่ที่ควรทำเกี่ยวกับคดี (ข้อ 12)
  • ฉ้อโกง ยักยอก หรือหน่วงเหนี่ยวเงินหรือทรัพย์สินของลูกความไว้นานเกินกว่าเหตุ (ข้อ 15)

โทษผิดมรรยาทมี 3 สถาน คือ ภาคทัณฑ์ ห้ามทำการเป็นทนายความไม่เกิน 3 ปี และลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ (มาตรา 52)

ผู้ได้รับความเสียหายมีสิทธิกล่าวหาทนายความ โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการมรรยาททนายความที่สภาทนายความ สิทธินี้สิ้นสุดเมื่อพ้น 1 ปีนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้ประพฤติผิด และไม่เกิน 3 ปีนับแต่วันที่มีการประพฤติผิด (มาตรา 64) จึงไม่ควรปล่อยเวลาไว้

โทษทั้ง 3 สถานเป็นโทษทางวิชาชีพ ถ้าต้องการเรียกเงินคืนหรือค่าเสียหาย ต้องใช้สิทธิทางศาลแยกต่างหาก ส่วนกรณีที่พบว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ทนายความเลย ให้เก็บหลักฐานการคุยและการจ่ายเงิน แล้วแจ้งความกับตำรวจ

เช็กทนายบน Lawmanee

บน Lawmanee โปรไฟล์ทนายมีเครื่องหมายบอกระดับการยืนยัน Verified คือทนายที่ส่งใบอนุญาตทนายความให้ผู้ดูแลตรวจแล้ว ส่วน Verified Pro คือทนายที่นัดยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่เพิ่มอีกขั้น คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีเพื่อให้ทนายที่สนใจติดต่อกลับทางแชทของแพลตฟอร์ม หรือค้นหาทนายตามประเภทคดี จังหวัด และภาษา แล้วใช้ขั้นตอนในบทความนี้ตรวจอีกครั้งก่อนตกลงจ้าง