เงินประกันห้องเช่าที่ไม่ได้คืนหลังย้ายออก เป็นเรื่องที่ผู้เช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์ และคอนโดร้องเรียนกันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2568 มีกติกาใหม่จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ที่เขียนเรื่องนี้ไว้ชัดเจนขึ้น บทความนี้สรุปว่ากฎใช้กับใคร เงินประกันต้องคืนภายในกี่วัน หักอะไรได้บ้าง และถ้าไม่ได้คืนควรทำอย่างไร

กฎใหม่ใช้กับใคร

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2568 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 6 มิถุนายน 2568 และใช้บังคับตั้งแต่ 4 กันยายน 2568 แทนฉบับปี 2562

  • ใช้กับผู้ให้เช่าที่ให้เช่าที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 3 หน่วยขึ้นไป (ฉบับเดิมคือ 5 หน่วย) ไม่ว่าจะอยู่ในอาคารเดียวหรือหลายแห่ง
  • ครอบคลุมทั้งสัญญาเช่าระยะสั้น (ไม่เกิน 3 ปี) และระยะยาว (เกิน 3 ปีถึง 30 ปี)
  • สัญญาต้องทำเป็นภาษาไทย ตัวอักษรอ่านได้ชัดเจน

ถ้าผู้ให้เช่ามีห้องให้เช่าเพียง 1-2 หน่วย เช่น เจ้าของคอนโดที่ปล่อยเช่าห้องเดียว ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับ แต่ยังใช้สัญญาที่ตกลงกันและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรื่องเช่าทรัพย์

เงินประกันเก็บได้เท่าไร และต้องคืนเมื่อไร

สรุปกฎเงินประกันห้องเช่าตามประกาศ สคบ. 2568: ใช้กับใคร เพดานเงินประกัน กำหนดคืน 7 และ 14 วัน และสิ่งที่หักไม่ได้

  • เพดาน เงินประกันรวมกับค่าเช่าล่วงหน้าต้องไม่เกิน 3 เดือนของค่าเช่า สำหรับสัญญาระยะสั้นหรือสัญญาระยะยาวที่จ่ายรายเดือน (สัญญาระยะยาวที่จ่ายรายปี ไม่เกิน 1 ปี)
  • ไม่มีความเสียหาย ต้องคืนเงินประกันเมื่อสัญญาสิ้นสุด หรืออย่างช้าภายใน 7 วัน
  • มีความเสียหายที่ผู้เช่าต้องรับผิด หักค่าซ่อมได้ตามจริง แล้วคืนส่วนที่เหลือภายใน 14 วัน พร้อมรายการหักและหลักฐานให้ผู้เช่าตรวจดู

อะไรหักได้ อะไรหักไม่ได้

ผู้เช่าต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากความผิดของตนเองหรือคนที่อยู่ด้วย แต่ไม่ต้องรับผิดในความเสื่อมสภาพจากการใช้งานตามปกติ (ป.พ.พ. มาตรา 562) ประกาศปี 2568 ก็ห้ามเขียนสัญญาให้ผู้เช่ารับผิดเรื่องนี้เช่นกัน

หักได้ ถ้ามีหลักฐาน หักไม่ได้
ประตู เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ที่ผู้เช่าทำพัง สีผนังซีด หรือรอยเล็กน้อยจากการใช้งานปกติ
ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟที่ยังค้างชำระ ค่าทาสีใหม่หรือทำความสะอาดใหญ่ตามรอบของเจ้าของ
กุญแจหรือคีย์การ์ดที่ไม่ได้คืน การริบเงินประกันทั้งก้อนโดยไม่มีเหตุ

ประกาศยังห้ามข้อสัญญาที่เอาเปรียบ เช่น ขึ้นค่าเช่าเองก่อนสัญญาครบ ริบเงินประกันโดยผู้เช่าไม่ได้ผิด เก็บค่าน้ำค่าไฟเกินอัตราที่การไฟฟ้าหรือการประปาเรียกเก็บ ล็อกห้องหรือยึดทรัพย์สินของผู้เช่า และเข้าห้องโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเว้นแต่เหตุฉุกเฉิน ข้อสัญญาแบบนี้ใช้บังคับไม่ได้แม้ผู้เช่าจะเซ็นไปแล้ว

ตัวอย่าง

เช่าห้องเดือนละ 8,000 บาท จ่ายเงินประกัน 16,000 บาทและค่าเช่าล่วงหน้า 8,000 บาท รวม 24,000 บาท ซึ่งเท่ากับ 3 เดือน จึงไม่เกินเพดาน อยู่ครบสัญญาแล้วย้ายออก ผู้ให้เช่าพบว่าบานประตูห้องน้ำแตกเพราะผู้เช่าทำ ค่าซ่อมตามใบเสร็จ 2,500 บาท ผู้ให้เช่าต้องคืน 13,500 บาทภายใน 14 วัน พร้อมรายการหักและใบเสร็จ แต่จะหักค่าทาสีทั้งห้องเพราะสีซีดตามเวลาไม่ได้ (ตัวเลขเป็นตัวอย่างเท่านั้น)

ย้ายออกก่อนครบสัญญา

ตามประกาศปี 2568 ผู้เช่าในสัญญาที่มีกำหนดเวลาบอกเลิกได้เมื่ออยู่มาแล้วอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของระยะเวลาเช่า โดยแจ้งเป็นหนังสือล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน และชำระค่าใช้จ่ายถึงวันเลิกสัญญาให้ครบ ถ้าย้ายออกก่อนเงื่อนไขนี้ ผู้ให้เช่าอาจอ้างสิทธิตามสัญญาได้ จึงควรอ่านข้อบอกเลิกให้ดีก่อนเซ็น

ทวงเงินประกันคืนทีละขั้น

ขั้นตอนทวงเงินประกันคืน ตั้งแต่ถ่ายรูปวันเข้าอยู่ จนถึงร้องเรียน สคบ. และฟ้องศาล

  1. ตั้งแต่วันเข้าอยู่ ตรวจสภาพห้องร่วมกับผู้ให้เช่า ถ่ายรูปและวิดีโอทุกมุม และเซ็นบันทึกสภาพห้องทั้งสองฝ่าย ประกาศปี 2568 กำหนดให้มีบันทึกนี้แนบสัญญา
  2. วันย้ายออก นัดตรวจห้องพร้อมกัน ถ่ายรูปอีกชุด คืนกุญแจโดยมีหลักฐาน และขอให้ผู้ให้เช่าเขียนรายการที่จะหัก
  3. เลยกำหนดแล้วยังไม่ได้คืน ส่งหนังสือทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือข้อความที่มีหลักฐาน ระบุจำนวนเงินและกำหนดวันคืน
  4. ร้องเรียน สคบ. โทรสายด่วน 1166 ร้องผ่านแอป OCPB Connect หรือเว็บไซต์ www.ocpb.go.th แนบสัญญา รูปถ่าย และหลักฐานการชำระเงิน
  5. ฟ้องศาล ถ้ายังไม่ได้คืน ผู้เช่าฟ้องเรียกเงินประกันคืนได้ ผู้ให้เช่าที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฝั่งผู้ให้เช่าก็มีกรอบเวลาเช่นกัน คดีที่ผู้ให้เช่าจะฟ้องผู้เช่าเกี่ยวกับสัญญาเช่า ต้องฟ้องภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ได้รับห้องคืน (ป.พ.พ. มาตรา 563)

ผู้เช่าชาวต่างชาติ

ประกาศไม่ได้แยกผู้เช่าตามสัญชาติ ชาวต่างชาติที่เช่าจากผู้ให้เช่าตั้งแต่ 3 หน่วยได้รับความคุ้มครองเดียวกัน สัญญาหลักต้องเป็นภาษาไทย ถ้าอ่านไม่ออก ควรขอคำแปลหรือให้คนที่ไว้ใจช่วยอ่านก่อนเซ็น และเก็บสำเนาไว้เสมอ

ปรึกษาทนาย

เงินประกันจำนวนไม่มากมักจบได้ด้วยหนังสือทวงถามหรือการร้อง สคบ. แต่ถ้าจำนวนสูง มีการยึดของ หรือสัญญามีข้อที่เอาเปรียบ ทนายช่วยประเมินและเขียนหนังสือทวงถามให้ได้ บน Lawmanee คุณโพสต์เล่าเรื่องได้ฟรีโดยไม่ต้องใส่ข้อมูลส่วนตัว ทนายที่สนใจจะตอบกลับผ่านแชทในระบบ หรือค้นหาทนายตามประเภทคดี จังหวัด และภาษาที่ใช้ได้ทันที